บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Home Product Center (HMPRO TB)
สรุปจากงาน Maybank Invest Thailand
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.70 บาท
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) และทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของ HMPRO ได้เข้าร่วมงาน Maybank Invest Thailand โดยกล่าวถึงแนวโน้มและผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เราคาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบเล็กน้อย เนื่องจากซัพพลายเออร์รับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วน ในขณะที่บริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้าได้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือเรื่องกำลังซื้อ ทั้งนี้ SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกในเดือนเมษายน โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขณะที่การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจะช่วยหนุนยอดขาย เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคาดว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นใน 2Q69 นอกจากนั้น HMPRO ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 6.6%
คาดผลกระทบจำกัดจากราคาน้ำมันสูงขึ้น
เราคาดว่าผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อ HMPRO จะอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากซัพพลายเออร์กำลังรับภาระต้นทุนส่วนเพิ่มบางส่วน ในขณะที่บริษัทสามารถส่งผ่านค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งไปยังลูกค้าได้ สำหรับต้นทุนสินค้า ซัพพลายเออร์บางรายได้มีการปรับขึ้นราคาแล้ว อย่างไรก็ดี กลยุทธ์การตั้งราคาแบบต้นทุนบวกกำไร (Cost-plus pricing) ของ HMPRO ซึ่งอ้างอิงจากต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ทำให้บริษัทสามารถทยอยปรับราคาขายได้ตามสถานการณ์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงคาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ อย่างไรก็ดี ระดับราคาสินค้าที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อของลูกค้า ส่วนสินค้าเฮาส์แบรนด์ (Private-label) ผู้บริหารระบุว่าไม่มีปัญหาด้านการจัดหาสินค้า
เน้นการเปิดสาขาแบบไฮบริด
HMPRO ยังคงแผนการขยายสาขาใหม่ 10 แห่งในปีนี้ ประกอบด้วยร้านค้าแบบไฮบริด 9 แห่ง และโฮมโปรสแตนด์อะโลน 1 แห่ง แม้ว่าร้านค้าขนาดเล็ก (HomePro S) จะสร้างกำไรได้ แต่ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่ม เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาทำการที่สัมพันธ์กับห้างสรรพสินค้าที่สาขาเหล่านั้นตั้งอยู่ ผู้บริหารคาดว่า SSSG ของปี 2569 จะเติบโตเป็นบวกเล็กน้อย พร้อมกับการขยายตัวของอัตรากำไรประมาณ 20–30 bps YoY
SSSG อ่อนตัวใน 1Q69 ก่อนฟื้นตัวใน 2Q69
เรายังคงประมาณการการเติบโตของกำไรปี 2569 ไว้ที่ 4% YoY โดยคาดว่ากำไรใน 1Q69 จะลดลง 17% YoY ซึ่งได้รับผลกระทบจาก SSSG ที่อ่อนแอ โดยอยู่ที่ -12% สำหรับโฮมโปร และ -3% สำหรับเมกาโฮม อย่างไรก็ดี SSSG ของโฮมโปรตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. (MTD) ฟื้นตัวเป็นบวกเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นซึ่งกระตุ้นความต้องการสินค้ากลุ่มทำความเย็น ซึ่งคิดเป็น 10–15% ของยอดขายโฮมโปร เราคาดว่า SSSG จะฟื้นตัวใน 2Q69 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากฐานที่ต่ำ อากาศที่ร้อนจัด และการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026







