บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Osotspa (OSP.BK/OSP TB)*

กำไร 1Q69F น่าจะพีคแล้ว…ต้นทุนจะกดดันจากนี้

Event 

ปรับลดกำไรกับราคาเป้าหมาย และประมาณการกำไร 1Q69F  

Impact 

ประมาณการ 1Q69F – ดีกว่าที่เคยคาดจากประสิทธิภาพต้นทุน 

วันที่ 13 พ.ค. 69 เราคาดว่า OSP จะแจ้งกำไรสุทธิ 1Q69F ที่ 1.1 พันล้านบาท (+59% QoQ แต่ -13% YoY) กำไรที่พุ่งขึ้น QoQ จะเป็นเพราะไม่มีต้นทุนพิเศษครั้งเดียวใน 4Q68 ที่เกี่ยวข้องกับการรวมฐานการผลิต (130 ล้านบาท) แต่ที่กำไรลดลง YoY จะมาจากกำไรจากการขายธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้วในเมียนมา (295 ล้านบาท) แม้ในขณะนี้ คาดว่ากำไรหลัก 1Q69F จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.1 พันล้านบาท (+34% QoQ และ +13% YoY) คิดเป็น 31% ของประมาณการกำไรหลักปี 2569F ของเรา 

OSP น่าจะทำสถิติ GPM สูงสุดใหม่ด้วยที่ 42.2% (จาก 39.5% ใน 4Q68 และ 40.3% ใน 1Q68) บวกกับคชจ. SG&A ลดลง ซึ่งมากพอชดเชยส่วนผสมรายได้ที่อ่อนแอลง ขณะที่ ช่วง 1Q69 ยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเพราะบริษัทได้ล็อกต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่ไว้ช่วง 1H69 แล้ว การที่กำไรหลักเติบโต QoQ จะมาจาก GPM โดดเด่น ปัจจัยฤดูกาล (คชจ. SG&A ลดลง) และยอดขายเครื่องดื่มต่างประเทศดี (+18% QoQ แต่ -31% YoY) แม้ว่ายอดขายผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวจะลดลง (-9% QoQ และ +3% YoY) ก็ตาม และที่กำไรหลักเพิ่ม YoY จะเกิดจาก GPM แข็งแกร่ง สัดส่วน คชจ.SG&A/sales ลดลง และธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศกลับมาเติบโต (-5% QoQ และ +5% YoY) หลังใช้นโยบายการลดสต๊อก (destocking) ใน TT ช่วง 1Q68 แม้ว่ายอดขายต่างประเทศจะลดลงแรง (บางส่วนจากผลของ TFRS21) หากเทียบในฐานเดียวกัน ยอดขายต่างประเทศอาจลดลงเพียง -10% YoY  

แนวโน้มเป็นอย่างไร…? 

แม้เราคาดว่ากำไร 1Q69F จะเป็นจุดพีคของปีนี้จากต้นทุนการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ ปัญหาในเมียนมายังไม่ได้รับการแก้ไข แต่กำไร 2Q69F ก็น่าจะลดลง QoQ (แม้ยังเติบโต YoY) จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่าง ๆ กดดันโดยเฉพาะค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน (คิดเป็นราว 3% ของรายได้) และราคาต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ราคาต้นทุนอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นชัดเจนมากขึ้นช่วง 2H69 ซึ่งเป็นช่วงที่การล็อกราคาทำได้ยากขึ้น และยังตรงกับภาวะชะลอตัวตามฤดูกาล HoH ส่วนตลาดในเมียนมาที่มีกฎระเบียบนำเข้าเข้มงวดขึ้นกำลังกดดันอุปทานวัตถุดิบและชะลอการเติบโตของยอดขาย แม้หวังว่าสถานการณ์ต่าง ๆ (รวมถึงการนำเงินทุนกลับประเทศ) จะดีขึ้นใน 2H69 โดยที่ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทุก ๆ 10% (รวมก๊าซ อะลูมิเนียม และน้ำตาล) อาจทำให้กำไรหลักปี 2569F ของ OSP ลดลง 3% / 2% / 2% ตามลำดับ  

Valuation & action 

เราปรับลดคำแนะนำ OSP ลงเป็น “ถือ” จากซื้อ และปรับลดราคาเป้าหมายลงใหม่ที่ 17.00 บาท (อิงจาก P/E ที่ 14x P/E หรือ -1.5SD) จากเดิม 18.00 บาท ตามกำไรใหม่ปี 2569F-71F หลังปรับลดลงราว 2% บนสมมติฐานคชจ. SG&A ที่สูงขึ้นเป็นหลัก (Figure 2) กล่าวคือ เรายังชอบ OSP มากกว่า Carabao Group (CBG.BK/CBG TB)* จากการลดต้นทุนที่ดีกว่า รวมถึง valuation และ dividend yield ก็น่าสนใจกว่า ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆคือ ยอดขายดีกว่าคาด การลดต้นทุน และการผ่อนคลายกฎระเบียบในเมียนมา  

Risks 

การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป

- Advertisement -