บล.เอเซีย พลัส: 

TOURISM Exit Fee ไทยเที่ยวนอก ลบ Sentiment การบิน บวกโรงแรม (Neutral)

Flash Points

  • สื่อในประเทศรายงาน รมว. กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียม “คนไทย” เดินทางออกไปต่างประเทศ (Exit Fee) 1 พันบาทต่อคน (ไทยเที่ยวนอกราว 10 ล้านคนต่อปี) โดยรัฐบาลจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ

  • โดยรวมมองเป็นลบระดับ Sentiment ต่อกลุ่มการบิน (AOT และสายการบิน) มากกว่าความต้องการเดินทาง ในขณะที่โรงแรมเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อยจากการนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนมาตรการท่องเที่ยวในประเทศ

Impact Insight

  • รายการดังกล่าวเคยมีเมื่อปี 2526 ตาม พ.ร.ก. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (เก็บ 500 บาทต่อคน) แต่ถูกยกเลิกไป ซึ่งกฎหมายยังคงอยู่ จึงมีช่องให้ดำเนินการ

  • ทางพื้นฐานจะกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางระยะใกล้และสายการบิน Low cost อย่าง AAV (มากกว่า THAI และ BA ที่เป็น Full service) เนื่องจากค่าใช้จ่ายต่อทริปไม่สูง ทำให้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางมากกว่า Long haul (ประมาณการ Short haul : Long haul อยู่ที่ 50% : 50%)

  • AOT จะกระทบเชิง Sentiment มากกว่า ความต้องการเดินทางจริง โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะจัดเก็บเฉพาะ “คนไทย” ซึ่งสัดส่วนผู้โดยสารชาวไทยในเส้นทางระหว่างประเทศอยู่ที่ราว 15% ของผู้ใช้บริการสนามบิน AOT ดังนั้นทุก 10% ของผู้โดยสารระหว่างประเทศชาวไทยที่ลดลงจะส่งผลต่อประมาณการกำไรทั้งปีราว 1% – 2%

  • ด้านกลุ่มโรงแรมมองเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย จากการนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ โดยโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้ในไทยสูงจะได้ประโยชน์มากกว่า เรียงดังนี้ ERW ตามด้วย CENTEL และสุดท้าย MINT

Execution

  • คง Barbell Strategy ให้หุ้นท่องเที่ยวอยู่ฝั่ง Reopening (อีกฝั่งคือหุ้นปันผล KTB, KBANK และ BBL) อย่าง AOT, ERW และ CENTEL

  • โดย AOT หากราคาอ่อนตัวมากกว่าผลกระทบ มองเป็นจังหวะ Trading ส่วนโรงแรมเลือก ERW และ CENTEL เพราะหาก De-escalation Trade กลับมา (Brent ต่ำ 100 USD/bbl) คาดราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัว เพื่อรอการกลับมาเติบโตของกำไร ในช่วงฤดูท่องเที่ยวไทยปลายปี

- Advertisement -