บล.เอเซีย พลัส:
HELTH รพ.ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก (Neutral)
Flash Points
-
ประเทศไทยถูกจัดอันดับปี 68 ให้เป็น อันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 9 ของโลก ด้านระบบสุขภาพจากดัชนี Numbeo Health Care Index สะท้อนศักยภาพทางการแพทย์ระดับสากล ด้วยจุดแข็งด้านมาตรฐาน JCI และโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร ขณะเดียวกันกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เดินหน้าผลักดันไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ผ่านการขยายวีซ่ารักษาพยาบาลจาก 1 เป็น 5 ปี ควบคู่การผ่อนคลายกฎโฆษณา เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของอุตฯ สุขภาพในระยะยาว
Impact Insight
-
ฝ่ายวิจัยประเมินเป็น Sentiment เชิงบวก ต่อกลุ่ม รพ. ที่พึ่งพาผู้ป่วยต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะ BH ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากต่างชาติสูงถึง 66% รองลงมาคือ BDMS (31%) และ PR9 (26%) สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการรักษาของไทย และแนวโน้มการใช้บริการที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ BDMS คาดได้รับอานิสงส์มาตรการขยายวีซ่าชัดเจนที่สุด จากสัดส่วนรายได้ธุรกิจ Wellness ราว 12% และการเป็นผู้พัฒนา Wellness Ecosystem ขนาดใหญ่ โดยฝ่ายบริหารตั้งเป้าการเติบโตระดับ Double Digit YoY ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลแบบองค์รวม
-
ขณะที่การผ่อนคลายกฎโฆษณา เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธุรกิจเสริมความงาม โดยเฉพาะ MASTER ที่เดิมมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารทางการตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและหนุนการเติบโตในระยะถัดไป ส่วน KLINIQ คาดได้ประโยชน์จำกัด เนื่องจากยังพึ่งพาการสื่อสารผ่าน Presenter เป็นหลัก ทำให้ได้รับอานิสงส์น้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่นในอุตฯ
Execution
-
ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุน กลุ่ม รพ. “เท่าตลาด” แนะนำ “เก็งกำไร” BH ประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF ที่ 200.00 บาท ขณะที่ BDMS แนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสม 23.00 บาท โดยมองว่าราคาปัจจุบันยังไม่สะท้อนการฟื้นตัว ทำให้มี Upside ราว 28% สำหรับกลุ่มเสริมความงาม แนะนำ “ซื้อ” MASTER ประเมินราคาเหมาะสมอิง DCF ที่ 12.00 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 42% จากระดับปัจจุบัน








