บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SUPALAI (SPALI TB)

1Q26 earnings hit by margin pressure

  • คาดกำไรสุทธิ 1Q26 หดตัว 74% q-q, 14% y-y ถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงส่วนยอดโอนมีแนวโน้มปรับลง q-q

  • โมเมนตัมกำไรคาดว่าจะฟื้นตัว q-q ในช่วง 2Q–3Q26 จากคอนโดสร้างเสร็จใหม่ 3 โครงการ

  • ปรับลดประมาณการกำไรและลดราคาเป้าหมายเป็น 15.6 บาท; คงคำแนะนำ Reduce

กำไร 1Q26 มีแนวโน้มหดตัวจากมาร์จิ้นอ่อนแอ

เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะลดลงอย่างมีนัย -74% q-q, -14% y-y เป็น 346 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 13 ปี และต่ำกว่าคาดการณ์เดิมของเราที่จะฟื้นตัว y-y โดยแรงกดดันหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็น 31% (เทียบกับ 33.4% ใน 4Q25 และ 38.8% ใน 1Q25) จากการทำโปรโมชั่นด้านราคาที่รุนแรงขึ้นเพื่อระบายสต็อกและกระตุ้นยอดขาย รวมถึงสัดส่วนการโอนคอนโดที่ลดลง ขณะที่ยอดโอนรวมคาดอยู่ที่ 3.65 พันล้านบาท (-49% q-q, +4% y-y) โดยยอดโอนแนวราบมีแนวโน้มลดลง q-q แต่ฟื้นตัว y-y จากฐานต่ำใน 1Q25 อย่างไรก็ดี ยอดโอนคอนโดคาดลดลงทั้ง q-q และ y-y เนื่องจากไม่มีโครงการคอนโดสร้างเสร็จใหม่

อุปสงค์ยังอ่อนตัว; แรงกดดันด้านต้นทุนบริหารจัดการได้ในระยะสั้น

ผู้บริหารระบุว่ายอดขาย 2QTD ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังช่วงสงกรานต์ แต่ยังอยู่ในระดับอ่อนตัวจากเศรษฐกิจและสงคราม สำหรับผลกระทบจากสงครามส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น ผู้บริหารคาดว่าผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด ต้นทุนก่อสร้างต่อหน่วยคาดเพิ่มขึ้นราว 3% โดยผลกระทบจะเริ่มเห็นชัดมากขึ้นตั้งแต่ปลาย 3Q26 หรือต้น 4Q26 อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วนผ่านการปรับราคาขายเนื่องจากขึ้นอยู่กับภาวะอุปสงค์ ปัจจุบันบริษัทบริหารความเสี่ยงผ่านการสร้างที่จำเป็นและเหมาะสมกับอุปสงค์ พร้อมลดระดับสินค้าคงเหลือ

ปรับลดประมาณการกำไรจากมาร์จิ้นและแนวโน้มการโอนอ่อนแอกว่าคาด

แนวโน้มผลประกอบการ 1Q26 อ่อนแอกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2026–28 ลง 4–6% โดยคาดกำไรสุทธิปี 2026 ของ SPALI จะทรงตัวที่ 4.1 พันล้านบาท (+2% y-y) สะท้อนสมมติฐานเชิงระมัดระวังมากขึ้นต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งคาดว่าจะถูกกดดันจากโปรโมชั่นด้านราคาที่มากขึ้น นอกจากนี้ เราให้สมมติฐานยอดโอนต่ำกว่าประมาณการบริษัท 12% สะท้อนยอดขายแนวราบที่อ่อนตัว ขณะที่ SPALI มี backlog ณ สิ้นปี 2025 ที่มีแผนรอรับรู้ในปี 2026 ราว 7.3 พันล้านบาท รองรับเพียง 30% ของประมาณการยอดโอนปีนี้ของเรา

ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 15.6 บาท; มูลค่าตึงตัวและขาดปัจจัยหนุน

เราคาดว่ากำไร 1Q26 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนที่โมเมนตัมกำไรจะฟื้นตัว q-q ใน 2Q26 และเร่งตัวต่อใน 3Q26 จากคอนโดสร้างเสร็จใหม่ 3 โครงการ (1 โครงการใน 2Q26 และ 2 โครงการใน 3Q26) รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก JV ในออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้นในช่วง high season ของ 2Q ขณะที่ภายหลังการปรับประมาณการ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 15.6 บาท จากเดิม 16.2 บาท อิง target P/E ที่ 7.4 เท่า (ค่าเฉลี่ย 3 ปี) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายสูงกว่าราคาเป้าหมายของเรา และยังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้น ท่ามกลางกำไร 1Q26E ที่อ่อนแอ ดังนั้นเราคงคำแนะนำ Reduce

- Advertisement -