บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SCG DECOR (SCGD TB)
1Q26 earnings beat slightly; outlook cautious
Highlights
-
SCGD รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 246 ล้านบาท (+31% q-q, +14% y-y) สูงกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย 7% และสูงกว่าคาดการณ์ของ Bloomberg consensus 15% โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการขายที่สูงกว่าคาด
-
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตใน 1Q26 มาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง โดยสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายลดลงเป็น 21.5% จาก 22.5% ใน 4Q25 และ 21.7% ใน 1Q25 จากการควบคุมต้นทุนและผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 70 ล้านบาท (-14% q-q, -34% y-y) จากภาระหนี้ที่ลดลงและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง
-
ยอดขายรวมอยู่ที่ 5.55 พันล้านบาทใน 1Q26 เพิ่มขึ้น 5% q-q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังลดลง 7% y-y โดยการลดลง y-y มาจากยอดขายในประเทศไทยที่อ่อนตัวลง จากการส่งออกไปเมียนมาและลาวที่ลดลงตามสถานการณ์ภายในประเทศ หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายในเวียดนามยังคงมีแนวโน้มเติบโต y-y จากอุปสงค์ในประเทศที่ดีขึ้นและปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น
-
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.4% ใน 1Q26 (เทียบกับ 26.7% ใน 4Q25 และ 26.5% ใน 1Q25) สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือก และสัดส่วนสินค้า HVA (High Value Added) ที่เพิ่มขึ้น
Outlook
-
กำไร 1Q26 ของ SCGD คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีของเรา ทิศทางใน 2Q26 เราคาดว่ากำไรจะลดลง q-q โดยยอดขายในประเทศไทยมีแนวโน้มยังอ่อนตัว จากแรงกดดันของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา กำลังซื้อที่อ่อนแอลง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูนโยบายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม เวียดนามคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง จากกิจกรรมก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นก่อนเข้าสู่ฤดูฝน และการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ
-
ประเด็นแรงกดดันด้านต้นทุนจากสงคราม เราคาดว่าจะเห็นผลกระทบมากขึ้นใน 2Q26 แต่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ บริษัทได้ประกาศปรับขึ้นราคาขาย 4–5% มีผลตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือก ขณะที่เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัดจากการพึ่งพาถ่านหิน อาจเป็นฐานการส่งออกเพื่อใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านต้นทุน และป้อนสินค้าให้ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
-
เราคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 943 ล้านบาท (ทรงตัว y-y) และราคาเป้าหมายที่ 5.2 บาท เรายังคงคำแนะนำ ถือ จาก upside ที่จำกัด พร้อมยังระมัดระวังต่อแรงกดดันด้านต้นทุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อใน 2H26







