เก่งหลังเกมส์

SET Index ลดลง 3.67 จุด (-0.23%) ปิดที่ระดับ 1,588 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.75 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 233 บริษัท, หุ้นปรับลง 209 บริษัท) ตลาดไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ รอดูทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐจาก FED Meeting ในวันพรุ่งนี้ Sector ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากปัจจัยลบเฉพาะตัว นำลงโดย DELTA, HANA, CCET  อย่างไรก็ตามดัชนีปรับลงจำกัดเนื่องจากได้แรงซื้อจากหุ้นในกลุ่มการเงินช่วงพยุงดัชนี อาทิ กลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, SCB, KTB), กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC) และ กลุ่มนิคมฯ (AMATA, WHA, WHAUP)

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

DELTA (-2.49%), HANA (-1.32%), CCET (-7.61%), SMT (-6.11%) มีจิตวิทยาลบเฉพาะตัว DELTA มีประเด็น Capped weight ซึ่งตลาดจะมีการปรับน้ำหนักโดยเฉพาะหุ้นที่มีน้ำหนักในดัชนี SET50 เกิน 10% ส่วน HANA, CCET, SMT ปัจจุบันติด Cash balance แต่มีกระแสข่าวตลาดกำลังพิจารณาปรับเกณฑ์คุมหุ้นในกลุ่มที่ติด Cash balance ให้เข้มงวดขึ้นเพื่อคุมความร้อนแรงและผันผวนของราคาหุ้น 

BBL (+1.45%), KBANK (+1.98%), SCB (+1.79%) มองดอกเบี้ยขาลงใกล้จบ ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย (สัปดาห์ก่อน ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, วันนี้ BoJ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%) ผสานมุมมองบวกจากกระแส Investment Cycle หนุน Loan growth กลับมาขยายตัว นอกจากนี้ยังมีเงินปันผลจ่ายสูงและมีเงินปันผลระหว่างกาล

WHAUP (+7.32%) เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการมาของ AI และ DATA Center นักลงทุนคาดยอดขายสาธารณูปโภคพื้นฐานจะเร่งขึ้นทั้งยอดขายน้ำ, และ ไฟฟ้า 

CPALL (+1.09%), CRC (+2.33%), MOSHI (+2.04%) ผลสำรวจยอด SSSG เดือน พ.ค. แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มค้าปลีก โดย MOSHI มียอด SSSG โตมากสุด +6.5%y-y ตามด้วย CRC+ 2.5%y-y และ CPALL +1%y-y ตามลำดับ 

- Advertisement -