สงครามผ่อนลง แต่ BOJ เตรียมขึ้น / 1,585-1,605

คาด SET Index แกว่งตัว Sideways to sideways up: แรงหนุนจากภาพการ Risk-on ของนักลงทุน ท่ามกลางการคลายกังวลตะวันออกกลาง หากแต่มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้างจากความกังวลแนวโน้มความ Hawkish ของธนาคารกลางสำคัญ และติดตามการเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีนเช้านี้ ซึ่งอาจเป็นอีก Sentiment เชิงลบ

กลยุทธ์การลงทุน

1) Anti.comm.+คลายกังวลตะวันออกกลาง: AAV, BA, BDMS, BGRIM, BH, CK, GPSC, STECON

2) ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ: AH, AMATA, DELTA, GULF, HANA, KCE, SAT, TRUE, WHA, WHAUP

3) บอลโลก+ไทยช่วยไทย:AEONTS, BEM, CBG, CENTEL, CPALL, CPAXT, CPN, ERW, KBANK, KTB, KTC, MINT, OSP, SAWAD, SCB, TIDLOR

4) คาดเข้า SET50/100: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀

  • ยังอยู่บนเส้นทางแห่งสันติภาพ: คาด Sentiment เชิงบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index มาจากการอยู่ในภาวะ Risk-on ของนักลงทุน สะท้อนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในฝั่งสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Dow Jones และ PHLX Semiconductor Index ที่ต่างปิดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบหลังจากปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ ยังคงไม่ไปไหน โดยเช้านี้เปิดที่ $81.14 ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ภาพข้างต้นเกิดขึ้นท่ามกลางพัฒนาการเชิงบวกของสันติภาพในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุม G7 ว่าสหรัฐฯและอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อยุติสงครามเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกเปิดแล้วบางส่วน และในวันที่ 19 มิ.ย.69 ช่องแคบข้างต้นจะมีการเปิดอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมายังส่งผลให้ราคาค้าปลีกน้ำมันในไทยลดลงเช่นกัน ซึ่งนับเป็นการช่วยลดแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงภาคธุรกิจ โดยเมื่อวานนี้มีการประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน 1 และ 1.2 บาท/ลิตร ตามลำดับ มีผลในวันนี้
  • BOJ คาดขึ้นดอกเบี้ยวันนี้: มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง นอกจากหุ้นที่ในกลุ่มพลังงานที่มีแนวโน้มถูกกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาแล้ว เรามองการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index จะถูกกดดันจากความกังวลทิศทางนโยบายการเงินของเศรษฐกิจหลัก เนื่องจากในสัปดาห์นี้จะมีทั้งการประชุม BOJ, FOMC และ BOE ประกอบกับในวันนี้จะทราบผลการประชุม BOJ ซึ่งนับเป็นธนาคารกลางที่มีแนวโน้ม Hawkish มากที่สุด สอดรับกับการที่ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในการประชุมข้างต้น ภาพดังกล่าวส่งผลให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางอื่นๆ โดยเฉพาะเฟด แม้มีแนวโน้มไม่ขยับอัตราดอกเบี้ย แต่อาจส่งสัญญาณในเชิง Hawkish
  • ตัวเลขจีนเช้านี้อาจบ่งชี้สัญญาณเชิงลบ: ติดตามการเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนพ.ค.69 เช้านี้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเชิงลบ สอดรับกับการที่ตลาดคาดว่าหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่บ่งชี้การบริโภคในประเทศอย่างยอดค้าปลีกจะหดตัว 0.2% y-y พลิกจากการขยายตัว 0.2% y-y ในเดือนพ.ค.69 พร้อมกันนี้ติดตามผลผลิตในภาคอุตฯ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ราคาบ้านใหม่และมือสอง และอัตราการว่างงาน

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) รองนายกฯและรมว.คลังเผยรัฐบาลเตรียมทบทวนประมาณการ GDP ของไทยใหม่ โดยคาดว่าจะได้รับผลบวกหากสงครามในตะวันออกกลางสิ้นสุดลง ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของราคาพลังงาน

(+) นายกฯเผยการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทตามพ.ร.ก. จะเป็นการกู้เงินในรูปแบบเงินบาททั้งหมด จึงไม่มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน และสามารถบริหารจนได้เงินกู้ที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง 1.2 % เปรียบเทียบกับที่ประเมินว่าจะไม่เกิน 3%

(+) GO WHOLESALE ร่วมกับพันธมิตร 26 แบรนด์ขนทัพวัตถุดิบลดราคาสูงสุด 50% พร้อมจัดโปรแกรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมต่อยอดเสริมแกร่งอีกมากมายเพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.-18 ส.ค.69

Picks of the day

BH (BUY)

  • เป้าหมาย 189.50 / 194.00 แนวรับ 180.50 / 183.00
  • ความเสี่ยงตะวันออกกลางคลี่คลาย หนุนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว: เรามีมุมมองเชิงบวกหลังสถานการณ์ความตึงเครียดตะวันออกกลางมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศทยอยฟื้นตัว ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสะท้อนให้เห็นว่าเดือนพฤษภาคม 69 นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เดินทางเข้าไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อฐานผู้ป่วยต่างชาติ นอกจากนี้ 2H69 ยังเข้าสู่ช่วง High Season ของผู้ป่วยตะวันออกกลางทำให้เราเชื่อว่าผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัวดีกว่าที่ตลาดกังวล
  • พื้นฐานแข็งแกร่งพร้อมรับการฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลาง: BH เป็นผู้นำธุรกิจโรงพยาบาลระดับพรีเมียมที่มีฐานผู้ป่วยต่างชาติขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน หนุนให้รายได้ต่อผู้ป่วยและอัตรากำไรอยู่ในระดับสูง โดยเราเชื่อว่าการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางจะทยอยแปลงเป็นจำนวนผู้ป่วยและรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อการเติบโตในช่วง 2H69

SAWAD (BUY)

  • เป้าหมาย 22.30 / 23.00 แนวรับ 21.00 / 21.30
  • ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ และการเพาะปลูกรอบใหม่: คาดว่านโยบายรัฐอย่างเช่น ไทยช่วยไทย จะทำให้ประชาชนมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อความสามารถในการชำระหนี้ รวมไปถึงความต้องการสินเชื่อใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเพาะปลูกรอบใหม่ น่าจะทำให้สินเชื่อเติบโตขึ้น
  • ต้นทุนดอกเบี้ยน่าจะยังคงลดลงได้อีก: การออกหุ้นกู้รอบใหม่ ซึ่งมีต้นทุนต่ำลงเนื่องจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง น่าจะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยของ SAWAD ลดลงได้ต่อ ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ
- Advertisement -