ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ครม.อนุมัติออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้วิกฤตเศรษฐกิจและเปลี่ยนผ่านพลังงาน

คณะรัฐมนตรีอนุมัติออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 200,000 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง ส่วนที่ 2 อีก 200,000 ล้านบาทเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประกาศ ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้เกิดจากสงคราม ราคาพลังงานสูง ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อ การกู้เงินจะไม่ทำให้หนี้สาธารณะเกินเพดาน 70% ของ GDP โดยปี 2569 คาดอยู่ที่ 68-69% เป็นการกู้ภายในประเทศเท่านั้น ตั้งเป้าให้เม็ดเงินหมดภายใน 30 ก.ย. 2570 ไทยมีการนำเข้าพลังงานสูง 7-8% ของ GDP การลดพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศจึงเป็นการลดความเปราะบางของเศรษฐกิจระยะยาว

คลังเสนอใช้เงิน 4 แสนล้านเติมบัตรคนจนและไทยช่วยไทยพลัส ครอบคลุม 43 ล้านคน

กระทรวงการคลังเสนอแผนใช้เงิน 400,000 ล้านบาทเติมบัตรคนจนและโครงการไทยช่วยไทยพลัส ครอบคลุมประชาชน 43 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรคนจน 13 ล้านคน และผู้ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสอีก 30 ล้านคน โครงการนี้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 พ.ค. และคาดเริ่มใช้ได้ 1 มิ.ย. รองนายกฯ เอกนิติระบุว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าวจะกระตุ้น GDP ได้ประมาณ 0.8% ด้านผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ระบุว่าการกู้ล็อตแรกจะทยอยเข้าระบบผ่านสถาบันการเงินในประเทศ คาดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 1.1% ต่อปี และระดับหนี้สาธารณะจะคงอยู่ภายใต้เพดาน 70% ของ GDP

เงินบาทอ่อนค่าสู่ 32.73 บาท/ดอลลาร์ ตามราคาน้ำมัน Brent พุ่งโซน 115 ดอลลาร์/บาร์เรล

ธนาคารกรุงไทยประเมินเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 32.73 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดสัปดาห์ก่อน 32.60 บาท เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.31-32.82 บาท/ดอลลาร์ โดยอ่อนค่าต่อเนื่องหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเสี่ยงรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นสู่โซน 115 ดอลลาร์/บาร์เรล ราคาทองคำปรับลดลงสู่โซน 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับขึ้นใกล้ 4.45% บรรดาธนาคารกลางส่วนใหญ่คงดอกเบี้ยนโยบาย รอประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง นักกลยุทธ์ KTB ประเมินแนวรับแรก 32.50 บาท/ดอลลาร์ แนวต้าน 32.75-32.85 บาท/ดอลลาร์ กรอบสัปดาห์นี้ 32.30-33.10 บาท/ดอลลาร์

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

AOT (Last Price 51.25 บาท YTD return -5.96%)

AOT เดินหน้าลงทุน 8-9 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี ยกระดับ 6 สนามบินรองรับผู้โดยสาร 180 ล้านคน/ปีภายในปี 2577 เร่ง 4 โครงการหลัก East Expansion ดอนเมืองเฟส 3 ภูเก็ตเฟส 2 และเชียงใหม่เฟส 2 พร้อมศึกษา South Terminal มูลค่า 2.4 แสนล้านบาท ปรับลดเป้าผู้โดยสาร ปี 68-69 เหลือ 125 ล้านคน (ที่มา: ทันหุ้น)

TRUE (Last Price 13.8 บาท YTD return +22.12%) 

TRUE จับมือ Google เปิดตัวโครงการ AI for All Thais อัพสกิลคนไทย 12 ล้านคนภายในปี 2573 โดยกระทรวง อว. สนับสนุน บริษัทมุ่งเปลี่ยนผ่านเป็นองค์กร AI-First ใช้เครือข่าย 5G เป็นรากฐาน พร้อมมอบ Data ฟรีแก่นักศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ AI (ที่มา: ทันหุ้น)

PTTGC (Last Price 39.5 บาท YTD return +87.2%)

PTTGC รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 ที่ 3,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 225.9% YoY รายได้จากการขาย 146,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY EBITDA Margin ปรับขึ้นเป็น 10% พร้อมเปิดโรงงาน NatureWorks แห่งที่ 2 ผลิต PLA ที่นครสวรรค์ กำลังการผลิต 75,000 ตัน/ปี (ที่มา: ทันหุ้น)

PTTEP (Last Price 157.0 บาท YTD return +40.18%)

PTTEP รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 ที่ 11,835 ล้านบาท สูงกว่าคาดการณ์ ได้แรงหนุนจากยอดขายแข็งแกร่ง ราคาน้ำมันเหลวสูงขึ้น และต้นทุนต่อหน่วยต่ำ (ที่มา: ทันหุ้น)

TU (Last Price 11.6 บาท  YTD return -10.08%)

TU รายงาน Q1/2569 ยอดขายรวม 32,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY กำไรสุทธิ 1,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% กลุ่ม PetCare โดดเด่น 22.6% ตั้งเป้าทั้งปี ยอดขายโต 3-4% อัตรากำไรขั้นต้น 19-20% และจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% (ที่มา: ทันหุ้น)

SSP (Last Price 3.98 บาท YTD return +23.6%) 

SSP คาดรายได้เติบโต 15% ในปี 2569 จากการรับรู้โครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ญี่ปุ่น และโครงการลมชัย กำลังการผลิตรวม 367 เมกะวัตต์ ตั้งงบลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาทปี 69-73 เพิ่มกำลังผลิตอีกไม่ต่ำกว่า 400 เมกะวัตต์ อนุมัติปันผล 0.205 บาท/หุ้น จ่าย 21 พ.ค. (ที่มา: ทันหุ้น)

SCB (Last Price 131.0 บาท YTD return -7.75%)

CGSI เลือก KBANK และ SCB เป็น Top pick กลุ่มธนาคารด้านธุรกิจ Wealth Management เนื่องจากสินเชื่อชะลอตัวและดอกเบี้ยต่ำ SCB มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียม Wealth สูงสุดที่ 5.8% ตั้งเป้าเติบโต 5-9% yoy ในปี 69 (ที่มา: ทันหุ้น)

TAE (Last Price 1.47 บาท YTD return +200.0%)

TAE รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 ที่ 125.68 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 0.84 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวม 622.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% ยอดขายเอทานอลเพิ่ม 35.53% อัตรากำไรขั้นต้น 28.46% Q2 คาดราคาเอทานอลอยู่ที่ 21 บาท/ลิตร (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาด แต่มติแตกในสัดส่วน 8 ต่อ 4 ซึ่งเป็นจำนวนเสียงคัดค้านมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 1992 ประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ประกาศว่าจะดำรงตำแหน่งต่อไป ขณะที่ออสเตรเลียปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อพุ่งในช่วงครึ่งหลังปี 2025 และคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผลักดันราคาเชื้อเพลิงและสินค้าโภคภัณฑ์ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • SEC สหรัฐฯ เสนอกฎใหม่ให้บริษัทจดทะเบียนยื่นรายงานทุก 6 เดือนแทนทุก 3 เดือน โดยใช้แบบฟอร์มใหม่ชื่อ 10-S แทน 10-Q เดิม ซึ่งมีการสนับสนุนจากประธานาธิบดีทรัมป์ ขณะเดียวกัน ทรัมป์เปิดการสอบสวนภาษีนำเข้าที่เกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ มีจุดยืนแตกต่างกัน และ JPMorgan เตือนความเสี่ยงที่นิวยอร์กซิตี้อาจถูกลดอันดับเครดิต

  • ราคาน้ำมัน WTI ยังคงอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แม้ปรับลดลงหลังความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านชะลอ น้ำมัน Brent แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีก่อนหน้านี้จากความวิตกด้านอุปทาน ด้านราคาแก๊สโซลีนสหรัฐฯ ทะลุ 4.50 ดอลลาร์/แกลลอน ใกล้ฤดูกาลขับรถฤดูร้อน ขณะที่ Kalshi Traders คาดน้ำมัน WTI อาจแตะ 125 ดอลลาร์หากความขัดแย้งยืดเยื้อ จากจุดสูงสุดก่อนหน้า 113 ดอลลาร์เมื่อ 7 เม.ย.

Corporate & Earning

  • AMD รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยรายได้ธุรกิจ Data Center ดันรายได้รวมทะลุคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ พร้อมออก guidance ไตรมาสถัดไปที่ดีกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัว 12% นักลงทุนชื่อมั่นบนความเชื่อมั่นว่า AI Boom ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น Wedbush คง Outperform ปรับ TP เป็น 400 ดอลลาร์ ขณะที่ RBC ปรับ TP เป็น 325 ดอลลาร์ คง Sector Perform | Super Micro (SMCI) หุ้นพุ่ง 18% หลัง guidance ดีกว่าคาด รายได้มากกว่าสองเท่าในไตรมาสที่รายงาน บริษัทอ้างถึงความก้าวหน้าในการผลิตในสหรัฐฯ

  • Micron (MU) มูลค่าตลาดแตะ 7 แสนล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสหรัฐฯ ขับเคลื่อนด้วยความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI โดยบริษัทกำลังล็อกฐานลูกค้า AI ผ่านสัญญาระยะหลายปี และประสบความต้องการ HBM4 พุ่งสูงจากแพลตฟอร์มชิป Gen ถัดไปอย่าง NVIDIA Vera Rubin และ AMD MI400 | Alphabet (GOOGL) หุ้นพุ่งเกือบ 34% ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นกำไรรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 Google Cloud รายได้เพิ่มขึ้น 62.7% YoY ส่งผลให้ Larry Page มูลค่าทรัพย์สินสุทธิแตะ 3 แสนล้านดอลลาร์

  • Palantir (PLTR) รายงานรายได้เติบโต 85% เร็วที่สุดนับตั้งแต่ IPO ปี 2020 ขับเคลื่อนโดยยอดขายให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมประกาศดีลกับกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม HSBC ปรับลดเป็น Hold พร้อม TP 151 ดอลลาร์ | Microsoft (MSFT) ส่งน้ำมันดีล Copilot ระดับองค์กรที่ใหญ่ที่สุดกับ Accenture เพิ่มผู้ใช้กว่า 700,000 ราย Jefferies คง Buy ปรับ TP เป็น 575 ดอลลาร์ | Apple (AAPL) ยอมความคดีความเกี่ยวกับฟีเจอร์ Siri AI ที่ล่าช้ามูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ Bernstein คง Outperform ปรับ TP เป็น 350 ดอลลาร์

  • Reddit (RDDT) รายงาน Q1 รายได้พุ่ง 69% YoY สู่ 625 ล้านดอลลาร์ Cash Flow เกิน 300 ล้านดอลลาร์ โฆษณาเพิ่ม 74% หนุนโดยเครื่องมือ AI อย่าง Reddit Max | Pfizer (PFE) Q1/2026 เกินคาด ยืนยัน Full-year Guidance พึ่งพาผลิตภัณฑ์ใหม่และการซื้อกิจการชดเชยธุรกิจ Covid ที่ลดลง | Pinterest (PINS) หุ้นพุ่ง 15% หลังกำไรและ Guidance แข็งแกร่ง บริษัทลดพนักงาน 15% ในเดือน ม.ค. และลงทุน AI เพิ่มขึ้น | Neurocrine Biosciences (NBIX) หุ้นดีด 8% ยอดขาย INGREZZA หนุน Q1 ดีกว่าคาด รายได้โต 44% YoY

Geopolitics & Risk

  • สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ Project Freedom คุ้มกันเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือ Maersk ลำแรกผ่านได้ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านตั้งชื่อเล่นปฏิบัติการนี้ว่า Project Deadlock มีรายงานผลเรือนเสียชีวิต 10 รายในช่องแคบ Kalshi Traders คาดการจราจรในช่องแคบจะไม่กลับสู่ภาวะปกติจนถึงเดือน ส.ค. หรือช้ากว่านั้น อิหร่านประกาศใช้ระบบควบคุมการสัญจรเรือใหม่ในช่องแคบ

  • อิหร่านโจมตีสหรัฐฯสำหรับเอมิเรตส์ แม้มีการหยุดยิงมาเกือบหนึ่งเดือน สหรัฐฯ รายงานจมเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นตอบสนอง ตลาดหุ้นปรับลง ด้านราคาอะลูมิเนียมพุ่งขึ้นนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่ม สร้างแรงกดดันด้านต้นทุนให้บริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะที่ตุรกีเตือนเป้าหมายเงินเฟ้ออาจถูกปรับสูงขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่าน

- Advertisement -