ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

รีบาวด์… แต่น่าจะยังเหวี่ยงแรงอยู่

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยผันผวนตลอดทั้งวัน ก่อนปิดลบเล็กน้อย (อ่อนแอกว่าที่เราคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.24% เนื่องจาก i) หุ้นใหญ่สุดในตลาดหุ้นไทย ได้แก่ DELTA* (-1.90%) เผชิญแรงขายในภาคบ่าย ทั้งๆ ที่หุ้นเพิ่งหลุดจาก trading alert ออกมา ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความกังวลจากการปรับน้ำหนักหุ้นไทยของ MSCI ในวันที่ 14 พ.ค. นี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า DELTA* จะถูกลดน้ำหนัก ii) นักลงทุนสถาบันภายในประเทศ ขายสุทธิหนัก 5.32 พันล้านบาท

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ ฟื้นตัว และน่าจะยังเหวี่ยงแรง… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นค่อนข้างดี โดยดัชนี S&P500 ทำนิวไฮอีกครั้ง หนุนจากมุมมองเชิงบวกในหุ้นเทคโนโลยี ผนวกกับข่าวบวกในตะวันออกกลาง หลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ว่าสหรัฐฯ จะระงับปฏิบัติการ Project Freedom ไว้ก่อน เนื่องจากมีพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน… ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.38% เมื่อคืน และลงต่ออีก 1.70% เช้านี้

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ที่ประชุม ครม. เมื่อวานนี้ อนุมัติการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อประคองเศรษฐกิจ ช่วยกลุ่มเปราะบาง และพัฒนาพลังงานสะอาด เป็นต้น อย่างไรก็ดี ครม. เลื่อนการพิจารณามาตรการ ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ ไปเป็นสัปดาห์หน้า (12 พ.ค.)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร KTC*, WHAUP*, STECON*

KTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) 1) ประเมิน Sideway สร้างฐานกรอบแคบมีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 29 บาท / แนวต้าน 30 – 31 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 33 บาท (Stop loss 28.5 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ เราประเมิน พรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หนุน Sentiment หุ้นกลุ่มการบริโภคในประเทศ ขณะที่ประเมิน KTC* เป็นหุ้น Non-bank ที่มีความเสี่ยงต่ำและคุณภาพสินทรัพย์ดี ขณะที่คาด Upside ของ Bond yield จากสถานการณ์ปัจจุบันมีอีกไม่มาก (Bond yield มีโอกาสพักฐาน) 3) Valuation ถูก Forward PE 9.6 เท่า (-1.5 SD) และคาด Dividend yield ปีละ 6.2%

WHAUP* (เป้า Consensus 5.6 บาท) 1) ประเมิน Sideway up ในกรอบ Uptrend ประเมินแนวรับ 4.86 บาท / แนวต้าน 5.15 – 5.25 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.5 บาท (Stop loss 4.64 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเร่งลงทุน Data center ในไทย เราประเมินยอดขอ BOI สะสมเกือบ 3 ล้านล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็น Data center และเทคโนโลยี) จะถูกผลักดันให้เกิดการลงทุนผ่านนโยบาย Thailand FastPass ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการใช้สาธารณูปโภคในนิคมฯ ทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 12.7 เท่า ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต +48% เป็น 1.5 พันล้านบาท และคาด Dividend yield 5.5%

STECON* (เป้าพื้นฐาน 13 บาท) 1) ประเมินราคา Sideway ในกรอบฯ มีโอกาสแกว่งขึ้นและทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 12.3 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 13.6 – 14.0 บาท (Stop loss 11.4 บาท) 2) คาดเตรียมลงนามสัญญาก่อสร้างใหม่ปีนี้อีก > 5 หมื่นล้านบาท (โดยเฉพาะโครงการ Data center) Backlog ณ สิ้นปี 2568 > 1.2 แสนล้านบาท และคาด STECON* จะลงนามสัญญาโครงการใหม่อีกราว +5 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการ Data center (+/- 3 หมื่นล้านบาท) และรวมถึงโครงการภาครัฐที่เตรียมทยอยเปิดประมูลใน 2H69 จำนวนมาก ตามความคาดหวัง พรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 10.2 เท่า (ต่ำกว่า -1SD ที่ราว 11 เท่า) PBV 1.14 เท่า (ใกล้ค่าเฉลี่ยที่ราว 1 เท่า)

หุ้นมีข่าว

(-) ยอดจองโรงแรม ‘โลว์ซีซั่น’ ร่วง 30% ธุรกิจคุมงบหวั่นฉุด ‘ไมซ์’ ครึ่งปีหลัง (กรุงเทพธุรกิจ)

นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทาง เข้าไทยสะสม 4 เดือนแรก 11.68 ล้านคน ลดลง 3.4% เฉพาะ เม.ย. ติดลบ 7% ตลาดตะวันออกกลางร่วงแรง 57% ยุโรปหดตัวเกือบ 16% นายกสมาคม TICA ประเมินยอดจองห้องพักโรงแรมโลว์ซีซั่น ไตรมาส 2-3 วูบ 20-30% ห่วงตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง หลายองค์กรคุมงบเดินทาง ชี้ภาพรวมธุรกิจโรงแรม ยังประคองตัวได้อีก 1-2 เดือน

(+) สั่งทอท.เร่งเครื่องอัดงบ 5 ปี 8 หมื่นล.พัฒนาสนามบิน (ไทยโพสต์) “พิพัฒน์” สั่ง ทอท.เดินหน้าโครงการ Quick-Win เร่งขยายขีดความสามารถสนามบิน อัดเม็ดเงินลงทุน 5 ปี 8 หมื่นล้านบาท นำร่องปีนี้เสนอ ครม.ประมูลส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก สุวรรณภูมิ 1.2 หมื่นล้านบาท

(+) NEX คว้าสิทธิขาย BAW M8 ผู้เดียวในไทย เร่งขยายพอร์ตยานยนต์ไฟฟ้า เน้นเจาะตลาดรถองค์กร (ข่าวหุ้น) NEX เดินหน้าขยายพอร์ตยานยนต์ไฟฟ้า ล่าสุดเซ็นความร่วมมือกับ BAW ผู้ผลิตยานยนต์จากจีน คว้าสิทธิ์ Exclusive distributor เป็นผู้จัดจำหน่ายรถรุ่น BAW M8 แต่เพียงผู้เดียวในไทย มุ่งเน้นตลาดรถ Fleet ที่ตอบโจทย์องค์กร ผู้บริหารองค์กร โรงแรม รถรับส่งสนามบิน ธุรกิจท่องเที่ยวบริการเดินทางในประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่น คาดเปิดราคาภายใน พ.ค.นี้

(0) TOP แจงไฟไหม้กระทบจำกัด ยันโรงกลั่นดำเนินการผลิตได้ปกติ (ข่าวหุ้น)* “ไทยออยล์” ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้ฝาถังเก็บน้ำมันดิบที่ชลบุรี เกิดจากฟ้าผ่า แต่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ไร้ผู้บาดเจ็บและไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของถังเก็บน้ำมันดิบ แย้มอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย คาดอยู่ในวงจำกัด และไม่มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงาน

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 40 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 36.5 บาท)

  • GUNKUL* (เป้าพื้นฐาน 2.91 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 2.8 บาท)

  • WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.0 บาท) แนวรับ 4.36 บาท / แนวต้าน 4.5 – 4.6 บาท (Stop loss 4.32 บาท)

  • NTF (เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท) แนวรับ 15.1 บาท / แนวต้าน 16.0 – 16.3 บาท (Stop loss 13.3 บาท)

  • ADVICE (เป้า Consensus 6.77 บาท) แนวรับ 5.7 บาท / แนวต้าน 5.9 – 6.05 บาท (Stop loss 5.55 บาท)

  • CK* (เป้าพื้นฐาน 20.6 บาท) แนวรับ 17.4 บาท / แนวต้าน 17.8 – 18.4 บาท (Stop loss 16.4 บาท)

  • TRUE* (เป้าพื้นฐาน 15.7 บาท) แนวรับ 13.6 บาท / แนวต้าน 14.1 – 14.4 บาท (Stop loss 13.4 บาท)

  • BBGI (เป้าพื้นฐาน 5.45 บาท) แนวรับ 4.16 บาท / แนวต้าน 4.44 – 4.6 บาท (Stop loss 4.06 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนวรับ 32 บาท / แนวต้าน 33.5 – 35 บาท (Stop loss 31.5 บาท)

  • BEM* (เป้าพื้นฐาน 7.15 บาท) แนวรับ 5.25 บาท / แนวต้าน 5.35 – 5.5 บาท (Stop loss 5.2 บาท)

  • GLOBAL* (เป้าพื้นฐาน 7.1 บาท) แนวรับ 6.4 บาท / แนวต้าน 6.75 – 6.9 บาท (Stop loss 6.3 บาท)

  • TEGH (เป้า Consensus 3.95 บาท) แนวรับ 3.16 บาท / แนวต้าน 3.24 – 3.30 บาท (Stop loss 3.1 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • TIDLOR* แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 14.6 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 1.1 พันล้านบาท (+18% QoQ +4% YoY) อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯประเมินภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อฐานลูกค้าของ TIDLOR* ขณะที่ Upside จำกัด จึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ขาย” (เดิม “ซื้อ”)

  • CPN* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 75 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 1Q69 = 4.6 พันล้านบาท (+9% YoY -5% QoQ) ประเมินการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ และการเริ่มทยอยโอนโครงการ Dusit Residences หนุนผลการดำเนินงานปี 2569 – 70

  • BCH* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 11 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 268 ล้านบาท (18% YoY +9.8% QoQ) ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯลง และปรับสมมติฐานการ Valuation ด้วยวิธี DCF (เพิ่ม WACC +2% เป็น 9.5%) ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 11 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -