บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Commodities Update: ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ
Event
อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์
Impact
ตลาดน้ำมันดิบ: สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น
ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 4% WoW เป็น US$117/bbl เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (จาก US$113/bbl) เพราะช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดยาวต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ/อิสราเอลและอิหร่าน นอกจากนี้ ความตึงเครียดยิ่งทวีขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้จากการปะทะกันของสหรัฐ-อิหร่านที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้การหยุดยิงสี่สัปดาห์มีความเสี่ยง ในขณะเดียวกัน UAE แจ้งว่าได้สกัดจรวดมิสไซล์ของอิหร่าน และมีรายงานว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ท่าขนส่งน้ำมัน Fujairah โดยข่าวดังกล่าวออกมาภายในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐเสนอมาตรการที่จะทำให้สามารถกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่วยเหลือเรือที่ยังติดค้างอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Trump กล่าวเมื่อวานนี้ว่าสหรัฐจะระงับความพยายามช่วยเหลือเรือที่ติดค้างให้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซไว้ชั่วคราว เพื่อประเมินโอกาสในการทำข้อตกลงกับอิหร่านในการยุติความขัดแย้ง ในขณะที่อิหร่านยังคงยืนยันว่าการเจรจาใดๆ จะขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
ตลาดโรงกลั่น: spread ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินลดลง แต่ spread ของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น WoW
GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ทรงตัว WoW อยู่ที่ US$22.0/bbl เนื่องจาก spread ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง หักล้างไปกับ spread ของน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น โดย spread ของน้ำมันเบนซินลดลงเล็กน้อย 1% WoW เป็น US$26.5/bbl และ spread ของน้ำมันเครื่องบินลดลง 10% WoW เป็น US$73.1/bbl แต่อย่างไรก็ตาม spread ของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3% WoW เป็น US$64.9/bbl ถึงแม้ว่า spread จะย่อลงมาบ้าง แต่ spread ของทั้งน้ำมันทั้งสามประเภทยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับปกติที่ US$12-16/bbl อย่างมาก จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ/อิสราเอลและอิหร่าน สำหรับกลุ่มโรงกลั่นในประเทศ เรายังคงมองลบกับการที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซล โดยลดราคาลง i) 2 บาท/ลิตร (9-23 เมษายน), ii) 5 บาท/ลิตร (24 เมษายน – 9 พฤษภาคม) และ iii) 3 บาท/ลิตร (10-19 พฤษภาคม) เราคาดว่ารัฐบาลจะยังคงใช้มาตรการนี้ ซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน เชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ไปจนกว่าค่าการกลั่นจะเริ่มกลับมาอยู่ระดับปกติ
ตลาดปิโตรเคมี: spread ของ HDPE, PP และ PET ลดลง WoW
Spread ของ HDPE ลดลง 23% WoW เป็น US$483/ton (จาก US$627/ton) และ spread ของ PP ลดลง 19% WoW เป็น US$444/ton (จาก US$548/ton) เพราะต้นทุน naphtha ที่ใช้เป็น feedstock เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้น ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียลดลง 2% WoW เป็น US$233/ton (จากUS$237/ton) แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งมาก (สูงกว่า US$200/ton) เนื่องจาก i) ขาดแคลน naphtha feedstock เพราะอุปทานสะดุดที่ช่องแคบฮอร์มุซ และ ii) อุปสงค์ PET สูงตามฤดูกาลในช่วงหน้าร้อน







