บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Bangkok Chain Hospital (BCH.BK/BCH TB)*
ประมาณการ 1Q69F: กำไรหลักจะดีขึ้น QoQ
Event
ประมาณการ 1Q69F รวมทั้งปรับลดคาดการณ์กำไรและราคาเป้าหมายใหม่
lmpact
กำไร 1Q69F อาจอ่อนตัวกว่าที่เคยคาด
ตามมุมมองของราก่อนหน้านี้ เราคาดว่า BCH จะทำกำไร 1Q69F เติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ จากจำนวนผู้ป่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น YoY และฐาน 4Q68 ต่ำเทียบ QoQ แต่จากประมาณการล่าสุด เราคาดว่า BCH จะรายงานกำไรปกติ 1Q69F ที่ 268 ล้านบาท (-18.0% YoY แต่ +9.8% QoQ) โดยไม่มีรายการพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะคิดเป็น 20.1% ของประมาณการทั้งปีใหม่ของเราที่ 1.33 พันล้านบาท (+1.3% YoY) แม้ว่ารายได้จากประกันสังคม (SSO) จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ แต่ผลงานโดยรวมอาจยังไม่สามารถเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ ด้วยปัจจัยต่าง ๆ กดดัน จาก i) ไม่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เทียบ YoY และ ii) ค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงโรงพยาบาลบางแห่ง
สำหรับประเด็นหลัก ๆ ใน 1Q69F มีดังนี้
i) รายได้ 1Q69F คาดว่าจะเติบโต 0.5% YoY แต่ลดลง 1.3% QoQ การที่รายได้ขยับขึ้น YoY หนุนด้วยรายได้จาก SSO และผู้ป่วยตะวันออกกลาง แต่ที่รายได้แผ่วลง QoQ จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในช่วงดังกล่าว
ii) อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) คาดว่าจะอ่อนตัว YoY แต่ดีขึ้น QoQ โดยเราคาดอยู่ที่ 26.8% (ลดลงจาก 28.1% ใน 1Q68) เนื่องจากไม่มีการกลับรายการรายได้จาก SSO แต่จะเพิ่มขึ้นจาก 25.8% ใน 4Q68 จากสัดส่วนผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูง (higher intensity patients)
iii) สัดส่วน SG&A/Revenue คาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY แต่ทรงตัว QoQ โดยคาดอยู่ที่ 14.9% เทียบกับ 12.9% ใน 1Q68 และ 15.1% ใน 4Q68 สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้นจากการรีโนเวทโรงพยาบาลบางแห่ง
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F และ 2570F
บนสมมติฐานที่กำไร 1Q69F อาจออกมาต่ำกว่าที่เราเคยคาดไว้และแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนตัวลงจากปัจจัยสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F ลง 10.7% ที่ 1.33 พันล้านบาท (+1.3% YoY) และปี 2570F ลดลง 10.1% อยู่ที่ 1.41 พันล้านบาท (+6.1% YoY) โดยสะท้อน i) อัตรากำไรขั้นต้นปี 2569F–2570F ต่ำกว่าคาดอยู่ราว 28.0% (จากเดิม 29.0%) และ ii) ปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A/Revenue ปี 2569F ขึ้นใหม่เล็กน้อยอยู่ที่ 13.6% (จากเดิม 13.5%)
Valuation & Action
การที่เรามองแนวโน้มกำไรของ BCH ระมัดระวังมากขึ้น เราจึงปรับเพิ่ม WACC ขึ้น 2% เพื่อสะท้อน market risk premium ที่สูงขึ้น ทำให้ได้ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F ใหม่ลดลงที่ 11.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 9.5% และ TG 1%) จากเดิม 14.00 บาท (WACC เดิมที่ 7.5%) แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BCH
Risks
การชำระเงินของ SSO, ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่ และ เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่







