บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Carabao Group (CBG.BK/CBG TB)*
แนวโน้มดีขึ้นด้วย reward/risk ที่น่าสนใจ
Event
Idea call โดยปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายใหม่ท่ามกลางแนวโน้มเชิงบวกมากขึ้น
Impact
แนวโน้มฟื้นตัวดี โดยโอกาสฟื้นตัวมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยกดดันระยะสั้น
i) ยังจัดการต้นทุนที่ถูกกดดัได้และได้สะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว หลังสถานการณ์ความขัดแย้งที่อิหร่านคลี่คลาย โดยที่ราคาอะลูมิเนียมและน้ำมันดิบ WTI กลับมาอยู่ใกล้ช่วงก่อนสงครามที่ US$3,100/ton และ US$70/bbl ตามลำดับ (Figures 5–8) ซึ่งดีกว่าคาด ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติก็ทยอยลดลงแม้จะล่าช้า อีกทั้งการคุมต้นทุนต่อเนื่องสะท้อนจากคชจ. SG&A ใน 1H69F ลดลงอยู่ที่ 610–620 ลบ. ต่อไตรมาส (จาก 650–660 ลบ.ต่อไตรมาสใน 2H68) แม้กำไร 2Q69F อาจสะดุดในระยะสั้น แต่เราคาดว่าตลาดจะให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวใน 2H69F ซึ่งจะหนุนจากต้นทุนลดลง ข่าวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่อาจเกิดขึ้นและ utilization rate โรงงานในเมียนมาและกัมพูชาสูงขึ้น
ii) รายได้กลับมาเติบโต หลังสูญเสียยอดขายในกัมพูชาตั้งแต่ มิ.ย. 68 ซึ่งจะช่วยดันให้แนวโน้มรระยะยาวดีขึ้น ขณะที่ คาดว่ารายได้จากการจัดจำหน่ายสุราข้าวหอมจะโต 20–30% YoY จากปัจจุบันสุราข้าวหอมมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 15% ของตลาดสุรามูลค่ารวมราว 7.00 หมื่นลบ. ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ธุรกิจนี้ปี 2569F มีแนวโน้มเพิ่มเป็น 46% (จาก 41% ปี 2568) และมีโอกาสสูงกว่า 50% ในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมี upside จากการปรับโมเดลธุรกิจต่างประเทศของ CBG ไปสู่การรับจ้างบริหารผ่านการจำหน่ายหัวเชื้อเครื่องดื่มและรับค่าลิขสิทธิ์จากพันธมิตรผู้ผลิต OEM ในแต่ละประเทศ โดยมีแผนเริ่มดำเนินการในสหราชอาณาจักร (3Q69), อัฟกานิสถาน (1Q70) และจีน
iii) ราคาหุ้น CBG ล่าสุดมี downside จำกัด จากปัจจัยลบส่วนใหญ่ได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว หลังหุ้นหลุดจากดัชนี SET50 2H69 ซึ่งกดดันให้กองทุน Passive ขายหุ้น (30 มิ.ย. 69) แต่ราคาหุ้นยังได้แรงส่งจากโครงการซื้อหุ้นคืน (2 พันลบ.) โดยบริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนได้สูงสุด 50 ล้านหุ้น (5% ของทุนชำระแล้ว) เป็นนัยว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ราว 40 บาทต่อหุ้น (ช่วงซื้อคืน 25 พ.ค. – 24 พ.ย. 68)
ประมาณการเบื้องต้น 2Q69F – อุปสงค์ตามฤดูกาลดีจะช่วยกลบต้นทุนที่ยังถูกกดดัน
เราคาดกำไรหลัก 2Q69F (เบื้องต้น) ที่ 640 ลบ. (+5% QoQ แต่ -20% YoY) ทำให้กำไรหลัก 1H69F จะอยู่ราว 1.3 พันลบ. (-20% YoY) (48% ของกำไรเดิมปี 2569F ของเรา) กำไรที่เพิ่ม QoQ จะหนุนจากอุป สงค์เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศแข็งแกร่งช่วงฤดูร้อน แม้ต้นทุนต่าง ๆ ที่สูงขึ้นโดยเฉพาะราคาก๊าซ (+15% QoQ หรือ ~5% ของคชจ. COGS) และราคาอะลูมิเนียม (+12% QoQ QTD หรือ ~8% ของคชจ. COGS) จะยังกดดันอยู่ ส่วนที่กำไรแย่ลง YoY จะเป็นเพราะขาดรายได้จากตลาดกัมพูชา (ตั้งแต่กลางมิ.ย. 68) เป็นหลัก โดยรวม เราคาดว่า GPM จะอยู่ที่ 24.6% (จาก 25.9% ใน 1Q69 และ 27.0% ใน 2Q68) จาก ต้นทุนที่สูงขึ้น แม้บริษัทจะได้ผลดีจาก operating leverage ที่ดีขึ้นจากปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
Valuation & action
เราปรับเพิ่มคำแนะนำ CBG ขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 51.50 บาท อิงจาก PE ที่ 19x (-1.7 S.D.) จากเดิม 41.00 บาท (PE ที่ 16x) รวมถึงปรับเพิ่มกำไรปี 2569F–2571F ขึ้นอีก 4–6% บนสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้นและยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศแข็งแกร่งขึ้น (Figure 2) ปัจจุบัน กำไรใหม่ของเราก็ยังคงต่ำกว่า consensus ราว 2–4% ด้วยต้นทุนที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว คาดหวังว่ารายได้จะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นเสริมด้วยแรงหนุนจากโครงการซื้อหุ้นคืนด้วย ขณะนี้ เรามองว่า reward/risk ของ CBG น่าสนใจอย่างมีนัยสำคัญ
Risks
การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป









