บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Commodities Update

การเดินเรือที่ช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว คลายความกังวลด้านอุปทาน

Event 

อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์  

Impact 

ตลาดน้ำมันดิบ: การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเร่งตัวขึ้น 

ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 12% WoW เป็น US$71/bbl เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (จาก US$80/bbl) เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่สะดุด หลังจากที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น ทั้งนี้การส่งออกน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 75% ของระดับก่อนสงคราม เพราะได้แรงหนุนจากการระบายเรือสินค้าที่ตกค้างมาจากช่วงก่อน ในขณะเดียวกันซาอุดิอาระเบียกลับมาทำการบรรจุน้ำมันลงเรือเพื่อทำการส่งออกที่ท่าเรือ Ras Tanura บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวในวงกว้างขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบในภูมิภาค โดยประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักๆ ในอ่าวเปอร์เซียซึ่งได้แก่ UAE, คูเวต และกาตาร์ ต่างก็เพิ่มการผลิตน้ำมันดิบขึ้น แม้ว่าจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่มีจำกัดจะยังคงเป็นข้อจำกัดในการเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบ แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐและอิหร่านมีการโจมตีกันไปมาเป็นระลอกบริเวณรอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีต่อเนื่องไปจนถึงสุดสัปดาห์ ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะลุกลามขึ้น แต่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดโจมตีกันเพิ่มอีก ก่อนที่จะกลับมาเจรจาสันติภาพกันใหม่ที่ Doha ประเทศกาตาร์ในวันอังคาร  

ตลาดโรงกลั่น: spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น WoW 

GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ดีดตัวขึ้น 10% WoW เป็น US$15.6/bbl (จาก US$14.3/bbl) เพราะ spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลขยับเพิ่มขึ้น โดย spread ของน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 6% WoW เป็น US$33.9/bbl ในขณะที่ spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 7% WoW เป็น US$43.3/bbl และ US$44.4/bbl ตามลำดับ เพราะได้แรงหนุนจากความคาดหวังของตลาดว่ารัสเซียอาจจะดำเนินมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เพื่อจัดการปัญหาเชื้อเพลิงขาดแคลนในบางภูมิภาคของประเทศ หลังจากที่โรงกลั่นในประเทศหลายแห่งถูกโดรนยูเครนโจมตี โดยตามรายงานข่าวของ Reuters การส่งออกน้ำมันดีเซลทางทะเลของรัสเซียอยู่ที่ประมาณ 0.8 MBD ในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งหากมีการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลจริงอาจจะทำให้อุปทานน้ำมันดีเซลในตลาดโลกตึงตัวขึ้น และเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุน spread ของน้ำมันดีเซลในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าปัจจัยหนุนดังกล่าวจะมีน้ำหนักน้อยกว่าการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันดีเซลโลก จากการที่ผลผลิตของโรงกลั่นซึ่งมีกำลังการกลั่นรวมประมาณ 5.9 MBD ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กำลังทยอยกลับเข้ามาในตลาด ดังนั้นเราจึงยังคงมองว่า spread ของน้ำมันดีเซลจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีแนวโน้มที่จะอยู่สูงกว่าระดับปกติที่ US$12-16/bbl 

ตลาดปิโตรเคมี: spread ของ HDPE สูงขึ้น แต่ spread ของ PP และ PET ลดลง WoW 

Spread ของ HDPE ฟื้นตัวขึ้น 4% WoW เป็น US$443/ton (จาก US$424/ton) แต่ spread ของ PP ลดลง 5% WoW เป็น US$452/ton (จาก US$478/ton) ถึงแม้จะย่อลงมา แต่ spread ของทั้งสองผลิตภัณฑ์ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่อยู่ต่ำกว่า US$300/ton เพราะอุปทาน polyolefin ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่ ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียลดลง 6% WoW เป็น US$153/ton (จากUS$163/ton) เพราะปัญหาอุปทาน naphtha ที่สะดุดคลี่คลายลงไปหลังจากที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาฟื้นตัวขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม spread ของ PET ยังอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งสูงกว่า US$130/ton

- Advertisement -