โอกาส De-escalation สูงขึ้น หนุน SET ต่อเนื่อง

คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1536/1545จุด รับ 1504/1498 จุด

บทสรุปสงครามที่มีแนวโน้มเกิดสูงขึ้น ยังเป็นแรงส่งสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงไทยที่แม้ SET จะกลับมาใกล้ระดับ Pre-War แต่หลาย Sector  ที่ตลาดกังวลผลกระทบสงคราม อาทิ ท่องเที่ยว ค้าปลีก เช่าซื้อ ร.พ. -20.2% ถึง -11.8% vs SET -1.1% และอาจจะต่ำกว่าผลกระทบจริงจากระยะเวลาสงครามไม่นาน และยังมี Upside รัฐฯเดินหน้ามาตรการกระตุ้นบริโภค อาทิ ไทยช่วยไทยพลัส ประเมินเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ >0.8% ของ GDP ผสาน เม็ดเงินต่างชาติลงทุนไทย สัญญาณชี้นำยอดขอ BOI มีแนวโน้ม New High ต่อเนื่องอีกใน 2Q26F ราคาน้ำมันดิบลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เช้านี้อิง Brents ที่ 100 +/- เหรียญฯ (vs prev. 105) สะท้อนตลาดมอง Supply Disruption ค่อยๆคลาย ประคองหุ้นธีม Energy Security  หนุนกำไรตลาด SET 2026F ปรับขึ้นสู่ 96.8 บาท ทำให้  Current ERP (Equity Risk Premium) ไทย 3.87% (AVG. 3.19%)  หนุน SET ได้ต่อ 

กลุ่มนำตลาดวันนี้ 

1) หุ้นธีมลงทุน Infra Tech เด่น ไฟฟ้า GULF, GUNKUL, GPSC นิคม AMATA, WHA รับเหมา STECON, PYLON, INSET พลังงาน PTT สื่อสาร TRUE, ADVANC 

2) หุ้นที่ยังปรับลงแรงกว่า SET vs จุดสูงสุดช่วง Pre-war GPSC CENTEL ADVANC BH ICHI 

3) หุ้นกำไร 1Q26F ช่วงที่เหลือสัปดาห์นี้เด่น TOP, ADVANC, GULF

KSS Alpha Espresso Picks : GPSC ADVANC (หุ้นได้ประโยชน์กระแสลงทุน Infra Tech ภายในที่เร่งมาก ขณะที่หุ้นปรับฐานลงลึกกว่า SET vs Pre-war) AMATA (หุ้นได้ประโยชน์กระแสลงทุน Infra Tech ภายในที่เร่งมาก + หุ้นอยู่โซน Value)

Key Factors: 

(+) War&Energy: ปธน. Trump และอิหร่านระบุตรงกันว่าการเจรจายุติสงครามมีโอกาสสูงได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ โดยเงื่อนไขหลัก คือ อิหร่านยุติพัฒนา+นำออกจากประเทศ 12-15ปี น้ำมันดิบอิง Brents เช้าวันนี้ลงสู่ 100 +/- เหรียญฯ (prev. 105) หนุนหุ้นตลาดกังวลผลกระทบราคาพลังงาน, Yield เร่งขึ้น และเงินบาทอ่อนค่า อาทิ ท่องเที่ยว การบิน ไฟฟ้า ค้าปลีก เช่าซื้อ ขณะที่น้ำมันที่ลดระดับค่อยเป็นค่อยไป และผลกระทบ Supply Disruption ทำให้ราคาน้ำมันดิบหลังสงครามยกฐานจากก่อนสงครามกรอบ 95-75 เหรียญฯ ค่อยๆคลายยังหนุนกลุ่ม Energy Security ประคองตัวได้ด้วย

(++) BOI: BOI อนุมัติ 6 โครงการลงทุนมูลค่า 9.5 แสนล้านบาท นำโดยกลุ่ม Data Center ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนภาพรวมการลงทุนภาคเอกชนสูง 1.0 +/- ล้านล้านบาท 2 ไตรมาสติด บวกต่อ SET ที่ Correlation กับ Private Investment สูง 87.6% บวกหุ้นธีมลงทุน Infra Tech นิคม รับเหมา ไฟฟ้า พลังงาน สื่อสาร และธนาคาร

(*/+) Thai help Thai plus: มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะเข้า ครม. 16 พ.ค. นี้ ประเมินเม็ดเงินเพิ่มสู่ระบบสูงสุด 2.16 แสนล้านบาท (1.2% ของ GDP) หนุน Upside ต่อเศรษฐกิจปี 2026 บวกหุ้นอิงภายใน นำโดยธนาคาร เช่าซื้อ ค้าปลีก 

(*) TH CPI: เงินเฟ้อทั่วไป เม.ย. 26 +2.89%y-y สูงกว่าคาด เร่งจากราคาพลังงาน ขนส่ง อาหาร แต่เราคาด BOT จะยังคงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปเพื่อประคองเศรษฐกิจร่วมกับนโยบายคลัง บวกหุ้นธีมลงทุน นิคม รับเหมา ไฟฟ้า พลังงาน สื่อสาร และธนาคาร

(*/+) SET200 Rebound: SET ลงจากจุดสูงสุด 26 ก.พ. -1.1% จากผลกระทบสงคราม สถานการณ์เริ่มคลาย ประเมินหุ้นพื้นฐานระยะกลางดี ปรับลงเร่งกว่า SET กรอบ -26.5% ถึง -11.2% ลุ้นฟื้นแรงวันนี้ เน้น GPSC CENTEL ADVANC BH ICHI

Technical Focus  7 พฤษภาคม 69

คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “ลุ้นขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,522/1,533 วางแนวรับไว้ 1,504/1,498” 

ทั้งนี้ดัชนีแกว่งตัวขึ้น BREAKOUT กรอบสามเหลี่ยม และ HIGH เดิม (1,510) เกิดเป็นรูปแบบต่อเนื่องและแกว่งตัวขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA ทุกเส้นที่กลับมาเรียงตัวขึ้นอีกครั้ง ผสานเครื่องมือทางด้านเทคนิคทุกเครื่องมือมีสัญญาณ Bullish  อาทิ RSI > 50, MODIFIED STOCHASTIC (%K ตัด %D ขึ้นต่อเนื่อง) และ MACD ที่มีสัญญาณซื้อรอบใหม่  (ตัด SIGNAL LINE ขึ้น) ในขณะที่ VOLUME เร่งตัวขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน มากกว่า 8 หมื่น ล.บ. จึงให้น้ำหนัก SET มีแนวโน้มขยับขึ้นต่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,522 / 1,533 จุด (GAP / PREVIOUS CLOSED: 26/02/26)  โดยขยับแนวรับขึ้นที่บริเวณ 1,504 / 1,498 จุด (PREVIOUS HIGH/ HIDDEN GAP) 

คำแนะนำ :  

1.) นักลงทุนระยะสั้นอยู่ในด้านซื้อเก็งกำไร อิงกรอบแนวรับ / แนวต้านที่ขยับขึ้น

2.) นักลงทุนระยะกลาง/ยาวแนะนำถือต่อโดยมีเป้าหมายที่  1,520 / 1,545 จุด  (กรณีหลุด EMA 50 วัน แนะนำทยอยลดพอร์ตลง)

เก็งกำไร

  • ADVANC เป้าหมาย 354.0 / 360.0 แนวรับ 346.0 จุดตัด 342.0
  • GPSC เป้าหมาย 38.00 / 40.00 แนวรับ 36.25 จุดตัดขาดทุน 36.50
  • BH เป้าหมาย 183.0 / 185.0 แนวรับ 177.5 จุดตัดขาดทุน 176.0
  • CCET เป้าหมาย 6.45 / 6.75 แนวรับ 6.10 จุดตัดขาดทุน 5.90

Depositary Receipts (DR)

  • LRCX23 เป้าหมาย  3.62 / 3.72 แนวรับ 3.46 จุดตัดขาดทุน 3.38

KSS Commodities Update – 07-พ.ค.-26

  • น้ำมันดิบ Brent -11.51%DoD ปิดที่ US$ 101.27/barrel
  • น้ำมันดิบ West Texas  -7.03%DoD ปิดที่ US$ 95.08/barrel
  • ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle -3.51%DoD ปิดที่ US$ 134.8/ตัน
  • ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -2.08%DoD ปิดที่ US$2.73/MMBtu
  • น้ำตาล   -3.64%DoD ปิดที่ 14.81Cent/lb 
  • ถั่วเหลือง  -1.38%DoD ปิดที่ 1194.75 Cent/bu
  • น้ำมันปาล์ม  -2.48%DoDปิดที่ 4527Myr/mt
  • ยาง TOCOM  -0.02%DoD ปิดที่ 406.9JPY/kg
  • เหล็กเส้น  +0.21%DoD ปิดที่ 470 CNY/MT
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDI 0.00% ปิดที่ 2832 จุด
  • ราคาแร่เงิน +6.20% ปิดที่ 77.3675 US$/Oz
  • ราคาทองคำ +2.95% ปิดที่ 4691.36 US$/Oz
  • ราคาบิทคอย -0.28% ปิดที่ 81421.35 USD
- Advertisement -