KS Daily View 13.05.2026 >>> ระยะสั้นเน้นรอย่อ! ตั้งรับหุ้นพื้นฐานดีที่กำไรในช่วง 2H69 มีแนวโน้มบวก กรอบของ SET index ที่ 1,465-1,490 จุด แนะนำ KCE, ADVANC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,483.56 ลดลง 5.73 จุด (-0.38%) แรงขายมากในกลุ่มเหล็ก, อิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มสื่อ ขณะที่มีแรงซื้อพยุงในกลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่2 อีก 1,753 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,465-1,490 จุด ปัจจัยเงินเฟ้อยังเป็นตัวกดดันการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยวานนี้สหรัฐฯ รายงาน US CPI เดือน ตัวเลขเงินเฟ้อ US CPI เดือน เม.ย. +3.8%y-y เร่งขึ้นจาก มี.ค. ที่ +3.3% และสูงกว่าคาดที่ +3.7% เช่นเดียวกันกับ US Core CPI ที่ขยับขึ้นสู่ +2.8%y-y จาก +2.6% ใน มี.ค. และสูงกว่าคาดที่ +2.7% นอกจากนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ เป็นอีกปัจจัยที่เร่งเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นเพิ่มเติมในช่วงถัดไป โดยล่าสุดทางด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นสู่ระดับ 107 เหรียญต่อบาร์เรล จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ผสานกับปัจจัยในประเทศ ที่รอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ท่ามกลาง Valuation ตีงตัว จึงอาจอยู่ในช่วงปรับฐานลดความร้อนแรง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นยังเน้นรอย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐานดีที่แนวโน้มกำไรในช่วง 2H69 ยังมีทิศทางเชิงบวกโดยสำหรับวันนี้แนะนำ KCE, ADVANC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. รมว.คลังสั่งกรมสรรพสามิตทบทวนรายละเอียดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หลังพบข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการประเมินราคารถเก่าที่แตกต่างกันในแต่ละคัน และเกณฑ์การจัดการซากรถที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ภาครัฐอาจต้องปรับรูปแบบมาตรการใหม่ให้เหมาะสมก่อนเดินหน้าโครงการอย่างเป็นทางการ มองเป็น sentiment กลางถึงลบเล็กน้อยต่อกลุ่มยานยนต์และไฟแนนซ์รถยนต์ในระยะสั้น จากความล่าช้าของมาตรการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ แต่หากมีมาตรการใหม่ที่ชัดเจนอาจกลับมาเป็นบวกต่อยอดขาย EV
  2. ครม.รับทราบแนวทางผลักดันการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้คนไทยรับชมฟรี โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานงานร่วมกับ กสทช. ขณะที่นายอนุทินยืนยันว่าคนไทย “ต้องดูฟรี” แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะใช้เงินจากภาครัฐหรือเอกชนสนับสนุน ด้านโฆษกรัฐบาลย้ำว่ายังไม่มีการอนุมัติงบประมาณในที่ประชุม ครม. คาดเป็น sentiment บวกต่อกลุ่มสื่อ&โฆษณา, การบริโภค รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด จากเม็ดเงินโฆษณาและ engagement ที่อาจเพิ่มขึ้นช่วงฟุตบอลโลก
  3. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. 2569 ลดลงต่อเนื่องสู่ 50.6 ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน จากความกังวลเศรษฐกิจชะลอ ค่าครองชีพสูง และความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงาน ขณะที่ภาคธุรกิจมองเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะ “Sideway Down” อย่างไรก็ตาม มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงินรวมกว่า 2 แสนลบ. อาจช่วยพยุงกำลังซื้อและเศรษฐกิจช่วง 2H69 โดยหอการค้าฯ คาด GDP ปี 2569 โต 1.5-2% มองเป็น sentiment ลบต่อหุ้น domestic play โดยเฉพาะค้าปลีก อสังหาฯ และเช่าซื้อ จากกำลังซื้ออ่อนแอ แต่หุ้น defensive และกลุ่มได้อานิสงส์มาตรการรัฐอาจ outperform ตลาด
  4. รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า พิจารณายกเลิกมาตรการ “ฟรีวีซ่า 60 วัน” สำหรับ 93 ประเทศ หลังถูกมองว่าเปิดช่องให้ต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรม โดยจะกลับไปใช้ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เป็นหลัก และอาจปรับบางประเทศเหลือ 15 วัน เพื่อเน้นนักท่องเที่ยวระยะสั้นและลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง ขณะที่วีซ่าระยะยาวด้านการแพทย์และการศึกษายังไม่ถูกกระทบ มองเป็น sentiment ลบเล็กน้อยต่อกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบินระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่พึ่งพานักท่องเที่ยว long-haul แต่ผลกระทบจริงน่าจะจำกัดหากยังคงฟรีวีซ่า 30 วันสำหรับประเทศหลัก

Daily picks

KCE: ราคาพื้นฐาน 37.0 บาท

  • รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 234 ลบ. (+2% YoY, +90% QoQ) โดยกำไร QoQ ฟื้นเด่นจากยอดขายที่ดีขึ้นและกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 54 ลบ. เทียบกับขาดทุน FX ในไตรมาสก่อน
  • กำไรปกติอยู่ที่ 181 ลบ. (+3% YoY, +44% QoQ) สูงกว่าคาด 12-23% จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่ำกว่าคาด พร้อมแรงหนุนจาก utilization rate ที่ดีขึ้นและสัดส่วนสินค้า HDI PCB ที่เพิ่มขึ้น
  • รายได้ขายอยู่ที่ 99 ล้านดอลลาร์ (-7% YoY, +3% QoQ) ถูกกดดันจากเงินบาทแข็งค่า แต่ demand เริ่มฟื้น QoQ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37 บาท จากแนวโน้มกำไรที่ทยอยฟื้นตัวและ product mix ดีขึ้น

ADVANC: ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท

  • การปรับฐานของราคาหุ้นเพิ่มเติมอาจเป็นจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสมเพื่อสะสมการลงทุนระยะยาวในหุ้นโทรคมนาคมที่มีผู้เล่นรายใหญ่สองรายนี้โดยมองข้ามความผันผวนทางเศรษฐกิจในปี 2569
  • ความโดดเด่นของบริษัทในด้านบริการที่ครบวงจรทั้งด้านการเชื่อมต่อ คอนเทนต์ และอุปกรณ์ รวมถึงประวัติการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อกำไร แต่ยังทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
  • Valuation ปัจจุบันเทรดบริเวณ EV/EBITDA 9.9 เท่า ผสานคาดอัตราการจ่ายปันผลราว 5.2% ต่อปี

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันพุธ ติดตามดัชนี US PPI เดือน เม.ย. คาดทรงตัวที่ +0.5%y-y ส่วน US Core PPI คาดที่ +0.3%y-y ขยับขึ้นจาก +0.1%y-y ในเดือน มี.ค., รายงานสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์, ดัชนี 1Q26 GDP ของยูโรโซน (รายงานครั้งที่ 2) คาดทรงตัวที่ +0.8%y-y รวมทั้งการประกาศรายชื่อหุ้น MSCI Rebalancing รอบใหม่
  • วันพฤหัส ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ +2.05 แสนตำแหน่ง และยอดค้าปลีก US เดือน เม.ย. คาด +0.5%m-m รวมทั้งการประชุมระหว่าง Trump กับ Xi Jinping (14-15 พ.ค.)
  • วันศุกร์ ติดตาม Empire manufacturing เดือน พ.ค. คาดที่ 8.0 จุด ลดลงจาก 11.0 จุด และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน พ.ค.. คาดที่ +0.2%m-m ฟื้นจาก -0.5%m-m ในเดือน เม.ย.
- Advertisement -