กังวลเงินเฟ้อ หวังมุมมองเศรษฐกิจไทย // 1,470–1,490
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways down: แรงกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อในฝั่งสหรัฐฯ และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อยุติได้ ขณะที่แรงพยุงคาดมาจาก การเผยมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยของธปท.ในงาน MPF วันนี้ รวมถึง MSCI Rebalance ที่หุ้นไทยเข้ามากกว่าออก
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งงบ 1Q69: AMATA, CBG, CK, CPF, HANA, OSP, SAWAD, SIRI, STECON, WHA
2) คนละครึ่งพลัส: ADVANC, AEONTS, BAY, BEM, CENTEL, CPALL, CPAXT, ERW, KBANK, KTB, KTC, MINT, TRUE
3) เข้า MSCI global small cap.: MRDIYT, TFG
4) พลังงาน: PTT, PTTEP, PTTGC, SPRC, TOP
5) เก็งงบ DR : CSC006, NVDA80, WMT06
-
ความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯพุ่ง: คาดแรงกดดันมาจากความต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากเงินเฟ้อทางด้านอุปทาน หลังสหรัฐฯ เผย CPI เดือนเม.ย.69 ขยายตัว 3.8% y-y มากกว่าที่ตลาดคาดและเดือนมี.ค.69 ที่ 3.7% y-y และ 3.3% y-y ตามลำดับ อีกทั้ง นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.66 ท่ามกลางแรงผลักดันสำคัญจากพลังงาน ซึ่งคิดเป็น Contribution ต่อการขยายตัวในเดือนเม.ย.69 ที่ 1.14% y-y เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.79% y-y ในเดือนมี.ค.69 นอกจากนี้ การเผยตัวข้างต้นยังนับเป็นการกระตุ้นความกังวลว่าเฟดอาจ Hawkish กว่าที่คิด และนับเป็นแรงผลักดันให้ US bond yield 2 และ 10 ปี ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 4.00% และ 4.47% เปรียบเทียบกับวันก่อนที่จะมีการรายงานตัวเลขข้างต้นที่ระดับ 3.96% และ 4.42% ตามลำดับ จากภาพข้างต้นส่งผลให้ เรามองเป็น Sentiment เชิงลบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index ขณะที่คืนนี้ติดตามการเผย PPI เดือนเม.ย.69 ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ทิศทางเงินเฟ้อสหรัฐฯในระยะถัดไป
-
ความกังวลการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน: คาดอีกแรงกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index มาจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้น 4.19% ปิดที่ $102.18 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อยุติได้ ในทางกลับกัน เรามองการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบเป็นแรงหนุนต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน
-
เศรษฐกิจไทยมี Upside และ MSCI ไม่ใจร้ายเกินไป: มองแรงพยุงมาจากงาน Monetary Policy Forum (MPF) ซึ่งเรามองว่าธปท.มีแนวโน้มเผยสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ตาม Upside เพิ่มเติมจากเม็ดเงินของภาครัฐ สอดรับกับการที่ผู้ว่าฯธปท.เคยให้มุมมองว่าการที่รัฐบาลออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะช่วยผลักดันให้ GDP ไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.5% นอกจากนี้ คาดอีกแรงพยุงมาจาก MSCI Rebalance รอบเดือนพ.ค.69 (มีผลราคาปิดวันที่ 29 พ.ค.69) ที่ไม่นับว่าแย่นัก เนื่องจากไม่มีหุ้นไทยถูกถอดออกจาก Global standard ขณะที่ Global small cap. มีหุ้นเข้า ได้แก่ MRDIYT และ TFG ส่วนหุ้นออกมี TOA เพียงตัวเดียว
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) รัฐบาลเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ: พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” ขนสินค้าจำเป็น 14 รายการ ลดราคาช่วยประชาชน 4 ล้านครัวเรือน ลดค่าครองชีพไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท ตลอด 3 เดือน
(+) สัปดาห์ที่ 19 ของปี 2569 (วันที่ 4-10 พ.ค.) ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีน 93,831 คน เพิ่มขึ้น 53.2% y-y (เปรียบเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้า) และนับเป็นการเพิ่มขึ้น y-y เป็นสัปดาห์ที่ 14 ติดต่อกัน
(+) Agoda เผยกทม.กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับช่วง Golden Week เมื่อวันที่ 29 เม.ย.-6 พ.ค.69 โดยจากข้อมูลการค้นหาที่พักล่าสุดพบว่ากทม.ครองอันดับ 2 เป็นรองเพียงโซล
(-) ม.หอการค้าฯเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนเม.ย.69 อยู่ที่ 50.6 ลดลงจาก 51.8 ในมี.ค.69 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง
Picks of the day
MINOR INTERNATIONAL (MINT) [BUY]
-
เป้าหมาย: 22.80 / 23.20 แนวรับ: 20.60 / 21.20
-
กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ เข้าซื้อหุ้น MINT 834 ลบ.: โดยบริษัทกัลฟ์โฮลดิ้งส์ ประเทศไทย จำกัด ได้เข้าถือหุ้นใน MINT จำนวน 39.3 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 834 ลบ. หรือสัดส่วน 0.69% ของทุนจดทะเบียนส่งผลให้ก้าวขึ้นมาติดอันดับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับที่ 16 ของบริษัทภายหลังเปิดเผยข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 6 พ.ค. 69 โดยเราเชื่อว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม และอาจเปิดโอกาสสู่ความร่วมมือในอนาคต
-
แนวโน้มผลประกอบการ 1Q69E: Bloomberg Consensus คาดการณ์กำไรไตรมาส 1Q69E ที่ 184.50 ลบ. +269% y-y จากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหลังทยอยลดภาระหนี้ต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจโรงแรมในยุโรป RevPAR ของทั้งพอร์ตยังคงเติบโต +7% y-y นอกจากนี้ เรามองว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องจากแรงหนุนของการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของยุโรป
STECON (STECON) [BUY]
-
เป้าหมาย: 13.60 / 14.50 แนวรับ: 12.00 / 12.50
-
เก็งงบ 1Q69 รอรับ upside: คาด 1Q69 มีกำไรปกติที่ 143 ลบ. -58.0%y-y จากปีนี้จะรับปันผลจาก GULF เข้ามาในช่วง 2Q69 (ปีก่อนปันผลเข้ามาใน 1Q68) แต่ไตรมาสนี้จะมีกำไรพิเศษรับเงินจากลูกหนี้ UJV ซึ่งทางบริษัทยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูล แต่หากอิงมูลค่าลูกหนี้ ณ สิ้นปีอยู่ที่ 340 ลบ. ซึ่งหากรับเข้ามาได้เต็มจำนวนจะทำให้กำไรสุทธิขึ้นมาที่ 415 ลบ. +21.6% y-y รอเป็น upside คาดว่างบจะประกาศในช่วงกลางสัปดาห์นี้
-
โดดเด่นต่อใน Q2: แนวโน้มกำไรปกติในช่วง 2Q69 สูงขึ้น y-y และ q-q จากรับปันผลพิเศษจาก GULF เข้ามาเสริม ส่วนรายได้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตขึ้นราว +4.5%y-y จากระดับ Backlog ที่สูงขึ้น โดยงานหลักๆเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกเร่งตัวขึ้น









