ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ S&P500 และ NASDAQ ปรับตัวลง 0.16% และ 0.87% ตามลำดับ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่มีปัจจัยเข้ามากดดันดังต่อไปนี้
1) เงินเฟ้อสหรัฐฯ Core CPI เดือนเมษายน ออกมาที่ 3.8% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.7% เป็นผลมาจากราคาพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงใกล้ $90-110 ในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้โอกาสการลดดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ขยับออกไปเป็นช่วง 4Q2026 หรืออย่างช้าคือช่วงกลางปี 2027
2) วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติความเห็นชอบ 51:45 เสียง ให้นาย Kelvin Warsh ขึ้นเป็นประธาน Fed คนใหม่อย่างเป็นทางการแทนที่นาย Jerome Powell ที่ครบวาระ แต่ยังยังคงอยู่ในคณะคณะกรรมการ FOMC ซึ่งท่าทีของ Kelvin Warsh ค่อนข้างมีแนวคิด Hawkish โดยเน้นเป้าหมายคือการควบคุมเงินเฟ้อ และเป็นคนไม่เห็นด้วยกับนโยบาย QE ที่เป็นไปได้ว่าหากเขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ อาจจะมีนโยบายทำ QT เพื่อลดขนาดงบดุลของ Fed ส่งผลให้เม็ดเงินที่หนุนตลาดลดลงโดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความโปร่งใสและความเป็นอิสระของ Fed ที่อาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายบริหารของทรัมป์ กับการเปิดเผยข้อมูลที่น้อยลง อาทิ ยกเลิก Dot Plot, ลดจำนวนครั้งการประชุม และลดการให้ความเห็นออกสื่อของกรรมการ Fed
3) หุ้นสหรัฐฯ หลังจากจุดต่ำสุดช่วงเดือนมีนาคมจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน S&P500 ปรับตัวขึ้นมาจุดสูงสุด ผลตอบแทนประมาณ 16% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Semiconductor ประมาณ 7% ซึ่งขึ้นมาค่อนข้างร้อนแรงติดต่อกัน หากใช้ Philadelphia Semiconductor Index (SOX) เป็นตัวแทนของหุ้นกลุ่มนี้ เมื่อพิจารณาในกรอบรายเดือน RSI ทะลุเหนือ 85 ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงวิกฤต Dotcom ปี 2000 และวิกฤตเงินเฟ้อปี 2022 ที่ตามมาด้วยการปรับฐานครั้งใหญ่ของดัชนี S&P500 และ NASDAQ ราว 25-30%
4) ตลาดลดความเสี่ยงเพื่อติดตามการเยือนจีนระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2026 ของประธานาธิบดีทรัมป์และ CEO ของบริษัทใหญ่สหรัฐฯ ที่จะได้พบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่ทั่วโลกกำลังจับตาประเด็นหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-จีน ในประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย ข้อตกลงการค้าและภาษี, สงครามในตะวันออกกลาง, แร่หายาก และช่องแคบไต้หวัน ที่ต้องรอดูว่าผลการเยือน จะได้ข้อสรุปอย่างไร และมีแถลงการณ์ร่วมกันหรือไม่
มุมมองนักวิเคราะห์
ตลาดที่ขึ้นมาอย่างร้อนแรง อาจเริ่มมีแรงขายทำกำไร เพื่อเข้าสู่ช่วงการพักฐาน จึงยังไม่ควรไล่ซื้อตอนนี้ ควรรอการพักตัวจบ หากไม่เสียทรงทางขึ้น และไม่ถึงขั้น Correction แรง ค่อยหาจังหวะสะสมใหม่อีกครั้ง









