ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ตลท. เคาะมาตรการใหญ่ปรับ Tick Size ตั้งค่าธรรมเนียม HFT และปรับ Uptick Rule ป้องกันการ Downgrade จาก MSCI-FTSE
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศมาตรการกำกับดูแลชุดใหญ่เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนและรักษาสถานะ Emerging Market ใน MSCI และ FTSE โดยมีสาระสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ (1) ปรับ Tick Size ให้แคบลงสำหรับหุ้นราคา 5-50 บาท เพื่อลด Spread และเพิ่มสภาพคล่อง เช่น หุ้นราคา 10-25 บาท ลดจาก 0.10 บาท เหลือ 0.05 บาท (2) เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอัตรา 0.15 บาท/รายการ สำหรับบัญชีที่มี Order-to-Trade Ratio (OTR) เกิน 100 เท่าและส่งคำสั่งเกิน 30,000 รายการ/วัน เพื่อสกัดการส่งคำสั่งหลอกชี้นำ (3) ปรับเกณฑ์ Uptick Rule ให้บังคับใช้ทันทีเมื่อหลักทรัพย์ลดลง 10% ขึ้นไป และจำกัดการขายชอร์ตเฉพาะหุ้น SET100, ETF และ DR (4) ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) แต่ให้ HFT ต้องลงทะเบียนแทน มาตรการทั้งหมดคาดจะบังคับใช้ในไตรมาส 3/2569 เป็นระยะเวลา 18 เดือน
ทีทีบี แอนะลิติกส์ เตือนค่าเงินบาทครึ่งหลังปี 2569 เสี่ยงอ่อนค่าจากพลังงานแพงและวิกฤตตะวันออกกลาง
ทีทีบี แอนะลิติกส์ประเมินว่าค่าเงินบาทในครึ่งหลังปี 2569 มีความเสี่ยงอ่อนค่าเพิ่มขึ้นจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงต่อดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสูง และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินโลกที่กระทบราคาทองคำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อการแข็งค่าของเงินบาทในอดีต นับตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินบาทอ่อนค่าแล้วประมาณ 3.5% จาก 31.08 บาท/ดอลลาร์ เป็น 32.21 บาท/ดอลลาร์ ณ 8 พฤษภาคม และเคยแตะสูงสุด 33.00 บาท/ดอลลาร์ในวันที่ 23 มีนาคม นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จาก 36.7 ล้านคน เหลือ 30.07-33.20 ล้านคน เนื่องจากสงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบิน ขณะที่ Kevin Warsh ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลดงบดุลของ Fed ซึ่งจะจำกัดการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ
บีโอไอเปิดงาน SUBCON Thailand 2026 ชูหลักคิด 5T ดึงซัพพลายเชนไทยสู่เวทีโลก คำขอลงทุน Q1/2569 สูงสุดประวัติการณ์กว่า 1 ล้านล้านบาท
รองนายกรัฐมนตรีเอกนิติเปิดงาน SUBCON Thailand 2026 ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทยและอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่งครบรอบ 20 ปีในปีนี้ บีโอไอเสนอหลักคิด 5T ได้แก่ Target, Transition, Transform, Transparency และ Together เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก บีโอไอเปิดเผยว่ามูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 อยู่ที่กว่า 1.8 ล้านล้านบาท และในไตรมาสแรกของปี 2569 มีคำขอกว่า 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ งานครอบคลุมอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน
ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ
CPALL (Last Price 43.75 บาท YTD return +1.16%)
CPALL รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 ที่ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% YoY รายได้รวม 267,672 ล้านบาท เพิ่ม 5.8% YoY ธุรกิจ 7-Eleven มีรายได้ 121,958 ล้านบาท โต 7.0% SSSG เพิ่ม 1.9% มีสาขา 16,084 แห่ง ตั้งเป้าเปิดใหม่ 700 สาขาในปี 2569 งบลงทุนปีนี้ 12,000-13,600 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)
SCC (Last Price 229.0 บาท YTD return +20.53%)
SCC คาดครึ่งแรกปี 2569 เติบโตดีกว่าปีก่อน SCGC ปรับกลยุทธ์หาซัพพลายวัตถุดิบนอกช่องแคบฮอร์มุซ HDP-Naphtha Gap ขยับขึ้น 545 ดอลลาร์/ตัน SCGC ลงนาม MOU กับ PTTGC ศึกษาการรวมธุรกิจโอเลฟินส์ คาดชัดเจนใน 5 เดือน ธุรกิจซีเมนต์ Q1/2569 กำไรโต 48% จากพลังงานทดแทนและ Low Carbon Cement รุ่นใหม่ (ที่มา: ทันหุ้น)
IRPC (Last Price 1.93 บาท YTD return +91.09%)
IRPC รายงานกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 7,889 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 574 ล้านบาทใน Q4/68 โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรสต็อกน้ำมัน 9,843 ล้านบาท รายได้จากขายสุทธิ 67,779 ล้านบาท เพิ่ม 22% คาดราคาน้ำมันดิบดูไบ Q2/69 อยู่ในช่วง 98-105 ดอลลาร์/บาร์เรล และได้รับเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Best-in-Class Indices ปีที่ 12 (ที่มา: ทันหุ้น)
BDMS (Last Price 18.2 บาท YTD return -6.19%)
BDMS รายงานกำไร Q1/2569 ที่ 4,058 ล้านบาท ลดลง 6.63% YoY รายได้จากดำเนินงานรวม 28,554 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน รายได้ผู้ป่วยต่างชาติโต 1% แรงหนุนจากผู้ป่วยเมียนมา (+42%) อเมริกัน (+16%) เยอรมัน (+15%) อัตราครองเตียงลดลงเหลือ 60% จาก 67% เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง (ที่มา: ทันหุ้น)
WHAUP (Last Price 4.82 บาท YTD return +15.31%)
WHAUP รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 ที่ 303 ล้านบาท เติบโต 35% YoY รายได้และส่วนแบ่งกำไร 1,003 ล้านบาท โต 7% ธุรกิจน้ำเพิ่ม 64% โซล่าร์เพิ่ม 30% Solar Rooftop สะสม 372 MW อนุมัติปันผล 0.2525 บาท/หุ้น จ่าย 18 พ.ค. และออกหุ้นกู้ 4,000 ล้านบาท มี Green Bond 1,000 ล้านบาท ยอดจองล้น 3 เท่า (ที่มา: ทันหุ้น)
OSP (Last Price 14.2 บาท YTD return -10.69%)
OSP รายงานกำไรจากดำเนินงาน Q1/69 ที่ 1,157 ล้านบาท เพิ่ม 19.2% YoY รายได้รวม 6,345 ล้านบาท เพิ่ม 3.6% YoY เครื่องดื่มในประเทศโต 11.4% บำรุงกำลังโต 14.7% อัตรากำไรขั้นต้น 42.5% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ SG&A ลด 17.9% YoY แบรนด์เอ็ม-150 และซี-วิทยังครองตลาด (ที่มา: ทันหุ้น)
WHA (Last Price 4.56 บาท YTD return +40.74%)
WHA รายงานกำไรสุทธิ Q1/2569 ที่ 1,508 ล้านบาท ลดลง 27.3% YoY รายได้รวม 3,242 ล้านบาท ลด 39.5% จากฐานสูงปีก่อน ยอดขายที่ดินนิคม 951 ไร่ มีแบ็กล็อก 1,426 ไร่ ลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 900 ไร่ โลจิสติกส์เซ็นสัญญาเช่าเพิ่ม 43,840 ตร.ม. จ่ายปันผลเพิ่มเติม 0.1438 บาท/หุ้น วันที่ 28 พ.ค. (ที่มา: ทันหุ้น)
BGRIM (Last Price 13.3 บาท YTD return -5.67%)
BGRIM รายงานกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 721 ล้านบาท เพิ่ม 10.2% YoY กำไรจากดำเนินงาน 507 ล้านบาท ลด 32.3% จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำลดลงตามก๊าซธรรมชาติ รายได้รวม 12,726 ล้านบาท ลด 7.1% ได้รับการชดเชยบางส่วนจากต้นทุนก๊าซลดลงและรายได้โครงการ ARECO ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว (ที่มา: ทันหุ้น)
Macro & Policy
-
เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเมษายน 2569 พุ่งสูงกว่าคาด โดย CPI ขยายตัว 3.8% YoY สูงสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2566 เกินคาดการณ์ Dow Jones ที่ 3.7% ขณะที่ Core CPI อยู่ที่ 2.8% ด้านดัชนี PPI เดือนเมษายนพุ่งขึ้น 1.4% MoM และ 6% YoY สูงสุดนับแต่ปี 2565 เกินคาดการณ์ที่ 0.5% ส่งผลให้ตลาดปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และลดโอกาสการลดดอกเบี้ยแทบทั้งหมดจนถึงสิ้นปี 2570 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
-
Kevin Warsh วัย 56 ปี ได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ สืบต่อจาก Jerome Powell โดยการลงคะแนนครั้งนี้ถือเป็นการลงมติที่มีความเห็นแตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตั้งประธาน Fed ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ Fed นาง Collins ให้ความเห็นผ่าน Wall Street Journal ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่านน่าจะทุเลาลงในที่สุด ส่วน ECB ส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนเพื่อรับมือผลกระทบราคาน้ำมันจากสงครามอิหร่าน ขณะที่ BoC ของแคนาดาแสดงท่าทีอดทนในการปรับนโยบายการเงิน
-
IEA รายงานในเดือนพฤษภาคมว่าอุปทานน้ำมันโลกลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนเมษายน ขณะที่สต็อกน้ำมันถูกดึงออกในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ OPEC ระบุว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่านทำให้อำนาจการผลิตลดลง 30% ซึ่งคุกคามการเติบโตของอุปสงค์โลกในปีนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเล็กน้อยหลังพุ่งขึ้นกว่า 7% ในสามวันทำการก่อนหน้า ตลาดจับตาผลการประชุม Trump-Xi summit และความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ และจีนคาดว่าจะยืนยันความตั้งใจร่วมกันในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
Corporate & Earning
-
Cisco (CSCO) รายงานผลประกอบการ Q3/2569 แบบ Blockbuster ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้น 15% โดยบริษัทประกาศแผนปรับโครงสร้างมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมลดพนักงานประมาณ 4,000-5,000 คน (ราว 5% ของพนักงานทั้งหมด) เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจ AI คำสั่งซื้อด้าน AI พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี หุ้น Cisco เคยทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ช่วงปลายปี 2568 และยังคงแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องในปี 2569
-
Cerebras บริษัทผลิตชิป AI ประสบความสำเร็จในการทำ IPO โดยกำหนดราคาที่ 185 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าช่วงราคาที่คาดการณ์ไว้ ระดมทุนรวม 5.55 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็น IPO ขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม AI นักลงทุนเตรียมรับมือกับดีล AI ขนาดใหญ่เพิ่มเติมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569
-
Microsoft (MSFT) ผู้บริหารระดับสูงให้การเป็นพยานในคดี Musk v. Altman โดยเปิดเผยว่าในช่วงแรกของความร่วมมือกับ OpenAI บริษัทมีความกังวลเรื่องการพึ่งพา OpenAI มากเกินไป ขณะที่ Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ถูกเปิดเผยจากเอกสารศาลว่ามีหุ้นในบริษัทที่ทำธุรกรรมกับ OpenAI มูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ด้าน Tencent (TCEHY) รายงานผลประกอบการ Q1/2569 โดยรายได้ต่ำกว่าคาด แต่ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจเกมและ AI ส่วน Alibaba (BABA) รายงานกำไรหลักดิ่งลงใน Q1 ปี 2569 จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ e-commerce อย่างหนัก แต่หุ้นปรับตัวขึ้นหลังรายงาน
-
Amdocs (DOX) รายงานผลประกอบการ Q2 เกินคาดเล็กน้อย โดย EPS สูงกว่าคาด 0.02 ดอลลาร์ และรายได้เกินประมาณการ หุ้นปรับตัวขึ้นหลังประกาศผล ด้าน Amazon (AMZN) ประกาศยุติการใช้งาน Chatbot Rufus และเปิดตัว Alexa for Shopping แทน ซึ่งเป็น AI agent สำหรับ e-commerce ที่สามารถตอบคำถามและดำเนินการแทนผู้ใช้ได้ ส่วน Anduril สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ มีมูลค่าบริษัทพุ่งเป็นสองเท่าแตะกว่า 60 พันล้านดอลลาร์ โดยพัฒนาระบบสกัดกั้นบนอวกาศสำหรับโครงการ Golden Dome มูลค่า 185 พันล้านดอลลาร์ของทรัมป์
Geopolitics & Risk
-
ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง โดยมีผู้บริหารบริษัทชั้นนำร่วมเดินทางด้วย รวมถึง Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ที่ทรัมป์โทรเชิญเป็นการส่วนตัว ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างพิจารณาลดภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในกรอบการค้าแบบบริหารจัดการ นักลงทุนคาดว่าทรัมป์จะประกาศขยายการพักชำระภาษีและอาจมีข้อตกลงซื้อเครื่องบิน Boeing การประชุมครั้งนี้ยังครอบคลุมประเด็นอิหร่าน ไต้หวัน และการปล่อยตัว Jimmy Lai ผู้ก่อตั้งแอปเปิลเดลี่
-
Samsung Electronics สูญเสียมูลค่าตลาดในช่วงระหว่างวันถึง 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังเกิดความกังวลเรื่องการนัดหยุดงานของพนักงานราว 4.1 หมื่นคน แต่ฟื้นตัวกลับมาได้หลังรัฐบาลเกาหลีใต้เร่งประสานให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจา ด้านสหราชอาณาจักร ตลาดพันธบัตรรัฐบาล (Gilts) เผชิญแรงขายหนักจากวิกฤตทางการเมืองรอบนายกฯ Starmer โดย Jamie Dimon เตือนว่า JPMorgan อาจทบทวนแผนสำนักงานลอนดอนหาก Starmer ถูกปลดออก ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 ปิดบวกในวันพุธ พลิกกลับจากแดนลบในวันอังคาร









