บล.เอเซีย พลัส: 

BGRIM 1Q69 กำไรปกติเติบโต QoQ ตามคาด ก่อนจะลดลงใน 2Q69 (Buy)

Flash Points

  • BGRIM รายงานกำไรสุทธิงวด 1Q69 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 46.1%qoq มาอยู่ที่ 721.2 ล้านบาท ตามคาด หนุนหลักจากรายการพิเศษ ที่สุทธิแล้วมีการบันทึกกลับเป็นกำไร 213.8 ล้านบาท จากเดิมที่เป็นผลขาดทุน 10.8 ล้านบาท จากกำไร Unrealized Fx เป็นหลัก

  • อีกทั้ง กำไรปกติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6%qoq มาอยู่ที่ 507.6 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลมาจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง 34.3%qoq มาอยู่ที่ 631.8 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการที่ลดลง QoQ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและให้บริการงวดนี้ปรับตัวลดลง 4.1%qoq มาอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท กดดันจากปริมาณขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ (EGAT) ที่ลดลง เนื่องจากมีหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในบางโครงการ แม้ปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) จะเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลก็ตาม อีกทั้งค่า Ft ลดลงมาอยู่ที่ 9.72 สตางค์/หน่วย (เดิม 15.72 สตางค์/หน่วย) ขณะที่ต้นทุนก๊าซฯ อ่อนตัวเล็กน้อย 0.2%qoq มาอยู่ที่ 288.1 บาท/ล้านบีทียู กดดันให้ภาพรวมกำไรขั้นต้นลดลง 5.8%qoq มาอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 20.7% จากเดิม 21.1% ในงวด 4Q68

Impact Insight

  • โดยรวมแล้วกำไรปกติ 1Q69 คิดเป็น 23.6% ของประมาณกำไรปกติทั้งปี 2569

  • ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 2.2 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5%yoy หนุนหลักจากการรับรู้โครงการใหม่ๆที่คาดทยอย COD ตามแผนราว 405 MWe แม้คาดยังมีแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซเฉลี่ยทั้งปีที่สูงขึ้น จากความไม่แน่นอนของสงคราม และนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐฯเพื่อช่วยเหลือภาคประชาชนที่ยังคงอยู่ กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง YoY ก็ตาม

  • ช่วงสั้น งวด 2Q69 คาดกำไรปกติลดลง QoQ จากผลกระทบของสงครามกดดันให้ต้นทุนก๊าซฯ เพิ่มขึ้น QoQ แม้คาด Ft จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย รวมถึงปริมาณขายไฟฟ้าที่คาดปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน แต่คาดชดเชยไม่หมด

Execution

  • FV ปี 2569 อยู่ที่ 16.0 บาท/หุ้น แม้แนวโน้มผลประกอบการระยะสั้นงวด 2Q69 จะอ่อนตัวลง QoQ จากแรงกดดันของต้นทุนก๊าซฯที่เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่อง YoY จากการทยอย COD โครงการใหม่ๆ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเน้นหาจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวสำหรับการลงทุนในระยะยาว

- Advertisement -