เก่งหลังเกมส์
SET Index ปรับขึ้นต่อ +21.8 จุด +1.44% ปิดที่ 1539.1 จุด มูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท หุ้นกลุ่มที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่มค้าปลีก CPALL,CRC หลังประกาศงบ 1Q26 ออกมาดีเกินคาด หุ้นกลุ่มธนาคาร KBANK,KTB คาดหวังดอกเบี้ยขาลงใกล้สิ้นสุด หลังเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นทั่วโลก, Investment Cycle ของไทยหนุนสินเชื่อกลับมาขยายตัว, นอกจากนี้ยังมีแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มขนส่งโดยเฉพาะกลุ่มเดินเรือตามดัชนีค่าระวางเรือที่ปรับขึ้นและคาดหวังผลบวกจาก Trump-Xi Summit ในช่วงวันที่ 14-15 พ.ค. ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ
CPALL +6.8%
ปรับขึ้นรับรายงานงบ 1Q26 ออกมาดีกว่าตลาดคาดราว 13% ผสานกับมีปัจจัยบวกหนุน 1) ความชัดเจน Virtual Bank 2) แรงส่งฤดูร้อน+ฟุตบอลโลก+จำหน่ายสินค้าจำเป็นอาจกระทบพลังงานน้อยกว่ากังวล 4) หุ้น Deep Value ซื้อขาย Forward PER < AVG – 2.0 S.D. Yield > ปีละ 3.5% 5.) ราคาหุ้นมีโมเมนตัมบวกเริ่มยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ราคาเป้าหมาย 80 บาท
WHAUP +4.77%
WHAUP รายงานกำไรปกติ 1Q26 ที่ 201 ลบ. (-12% y-y, -6% q-q) ดีกว่าเราและตลาดคาด 15%/4% จากรายได้และ Margin ของ Capacity charge ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ Outlook 2Q26F คาดฟื้นตัวเด่น y-y, q-q จาก Gheco-1 กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสพร้อม Coal Inventory Loss ที่ลดลง และ Capacity charge ที่เพิ่มขึ้น y-y ตามการเปิด Facility น้ำรองรับ Data Center เพิ่มเติม ระยะถัดไป WHAUP ยังคงมี Upside ระยะยาวจากการรอเซ็นสัญญาขายน้ำขนาดใหญ่กับลูกค้า Data Center รายใหม่ซึ่งคาดเห็นความคืบหน้าในช่วง 2Q26F เราคงประมาณการและคำแนะนำ Buy ที่ TP26F 6.0 บาท โดย Valuation ยังถูกที่ PER26F เพียง 12x และ Dividend Yield ราว 5% ต่อปี มองเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสะสม
PSL +9.03% , TTA 5.7%
หุ้นกลุ่มเรือเทกองปรับขึ้นรับตัวเลขดัชนีค่าระวางเรือ BDI +4.11%d-d ปิดที่ 3,189 จุด
MALEE -3.0%
ปรับลงหลังรายงานกำไรสุทธิ 1Q26 20 ลบ. (-72% y-y, -15% q-q) จากต้นทุนวัตถุดิบปรับขึ้น รวมถึง Product mix ที่รายได้แบรนด์ (High margin) ปรับลดลง แม้รายได้รวมเพียงทรงตัว y-y และด้าน Outlook คาดต้นทุนปรับขึ้นจะมีผลมากขึ้นใน 2Q-3Q26F โดยรวมเราปรับลดกำไรปี 2026-27F ลงเฉลี่ย 70% จากทั้งรายได้และ Gross margin ลดลง มองกำไรปี 2026F -63% และปรับลดคำแนะนำเหลือ “Neutral” จาก TP26F 4.3 บาท (เดิม TP5.6) อิง P/BV 0.9x








