กังวลเงินเฟ้อ แต่มีลุ้นทรัมป์เจอสี // 1,510-1,525
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways : ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลัง PPI เร่งตัว ขณะที่แรงหนุนมาจากการเจรจาระหว่างสหรัฐ-จีน และความหวังการปลด Lock ต่างชาติเข้าลงทุนในไทย
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งงบ 1Q69: AMATA, CK, HANA, SIRI, STECON
2) ต่างชาติลงทุนไทย: ADVANC, TRUE, CPALL, CPAXT, WHA, AMATA, CK, STECON, KTB, KBANK, BBL, SCC, HUMAN, OR
3) พลังงาน: PTT, PTTEP, SPRC, TOP
4) จีนเจรจา-สหรัฐ : HANA, KCE, DELTA, SCGP, CPF, PTTGC
-
PPI ซ้ำเติมความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐ : ตัวเลข PPI สหรัฐ เดือน เม.ย. ออกมาขยายตัว 1.4%m-m และ 6.0%y-y สูงกว่าตลาดคาดที่ 0.5%m-m และ 4.9%y-y และเร่งตัวขึ้นจากเดือน มี.ค. ซึ่งอยู่ที่ 0.7%m-m และ 4.3%y-y ตามลำดับ ภาพการขยายตัว m-m ทำให้ปัญหาเงินเฟ้อค่อนข้างน่ากังวล โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยว่าเหตุหลักในการเร่งตัวขึ้นของ PPI มาจากดัชนีราคาบริการขั้นสุดท้ายที่เร่งตัวขึ้นในภาคธุรกิจค้าส่งเครื่องจักร ดัชนีค่าขนส่งทางรถ และดัชนีราคาสินค้าเคมี เชื้อเพลิง รวมถึง สินค้าความงาม และสุขภาพ โดยรวมสะท้อนผลกระทบของราคาพลังงานที่เร่งตัวซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนอุตสาหกรรม ซึ่งเดือน เม.ย. เป็นเดือนที่ 2 นับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง ผลกระทบของราคาน้ำมันดิบที่เร่งตัวเริ่มส่งต่อไปยังราคาสินค้า ระดับราคาน้ำมันดิบ WTI ในเดือน เม.ย. ทำจุดสูงสุดที่ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะมีการชะลอตัวในช่วงปลายเดือน ซึ่งปัจจุบันระดับราคาน้ำมันดิบยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ จึงเป็นที่น่ากังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังสูงในเดือนถัดไปหรือไม่ ด้านนโยบายของเฟดอาจเริ่มมีแนวโน้มในเชิง Hawkish มากขึ้น ล่าสุด Bond Yield สหรัฐอายุ 10 ปี ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 เดือน ที่ระดับ 4.50% กดดันหุ้นในกลุ่ม Yield Play อีกครั้ง
-
จับตาการเจรจาสหรัฐ-จีน : ปธน.ทรัมป์ได้เดินทางถึงจีน และจะมีกำหนดการเข้าพิธีการต่างๆ ในวันนี้ ซึ่งรวมถึงการเข้าหารือกับ ปธน. สี จิ้นผิง ซึ่งจะเกิดขึ้นช่วงค่ำ คาดจะเห็นภาพเชิงบวกในการเจรจาครั้งนี้ รวมถึงอาจมีความคืบหน้าในประเด็นต่างๆ เช่น Semiconductor กำแพงภาษี และประเด็นสงครามตะวันออกกลาง มองเป็นบวกต่อภาพรวมการลงทุน ส่วนในระหว่างวันคาดจะมีแรงเข้าเก็งกำไรในหุ้นที่ประกาศผลประกอบการ 1Q69 ออกมาดีระหว่างรอการหารือดังกล่าว
-
รัฐเตรียมปลด Lock ต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ : โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตซ้ำซ้อนในใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว เช่น ธุรกิจการเงิน โทรคมนาคม การขุดเจาะปิโตรเลียม ธุรกิจหลักทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งจะลด Barrier to entry ในการประกอบธุรกิจในไทย ช่วยเพิ่มการลงทุน และการจ้างงานในประเทศ เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม นิคม ธนาคาร อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรบุคคล
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) สภาเศรษฐกิจโลก หรือ WEF ระบุว่าปริมาณผู้โดยสารสนามบินจะแตะ 10.2 พันล้านคนในปี 2026 และ จะแตะ 18.8 พันล้านคนในปี 2045 ด้วยแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์
(+) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยเตรียมผลักดันไทย ผ่านกระทรวงการคลังให้เพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้าของรถเมล์สาธารณะ เพื่อเร่งเพิ่มจำนวนรถเมล์ไฟฟ้าอีก 800 คัน และ เพิ่มจำนวนรถเมล์ไฟฟ้าระหว่างจังหวัดอีก 200 คัน มองเป็นบวกกับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า
(+) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมเปิด Hearing เกณฑ์ Tick Size ใหม่ เพื่อสกัดการปรับตัวลงของหุ้นไทย
(-) สนค.เผยดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนเม.ย.69 ขยายตัวสูงถึง 9.1% จากผลกระทบของราคาพลังงานโลก สร้างความกังวลถึงภาพเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคที่อาจเร่งตัวขึ้นตามในระยะถัดไป
Picks of the day
DELTA (BUY)
- เป้าหมาย 345 / 358 แนวรับ 310 / 320
- แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโตได้สูง: แนวโน้มกำไร 2Q69 คาดว่ามีอัตราการเติบโตสูงกว่า +100%y-y จากการส่งมอบสินค้า AI&Data center อย่างมีนัย ยังเห็นระดับรายได้ที่สูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสสาม และ Product mix ที่ดีทำให้มี GPM อยู่ในระดับสูง ส่วนแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 69 เราคาดยังเติบโตได้ดีที่ 3.55 หมื่นลบ. +43%y-y
- DELTA กลับมาคึกคึก: MSCI Rebalance รอบเดือนพ.ค.69 (มีผลราคาปิดวันที่ 29 พ.ค.69) ไม่มีหุ้นไทยถูกถอดออกจาก Global standard ทำให้หุ้นใหญ่โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่มีความกังวลในช่วงก่อนหน้า กลับมาคึกคักอีกครั้ง
- เป้าหมาย 13.00 / 13.40 แนวรับ 12.20 / 12.40
- 1Q69 กำไรโตต่อเนื่อง : งบ 1Q69 ออกมา 2,415 ลบ. ลดลง -45%y-y แต่เพิ่มขึ้น +16%q-q ปัจจัยที่หนุนการเติบโตเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้ามาจากธุรกิจ Mobility และ Lifestyle โดย Mobility มี EBITDA เพิ่มขึ้น +60%q-q จากปริมาณขายเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่สูงกว่าปกติในช่วงสงครามตะวันออกกลาง และคชจ.ดำเนินงานลดลง
- ท่องเที่ยวสงกรานต์หนุน: สำหรับแนวโน้ม 2Q69 คาดจะได้แรงหนุนจากฤดูท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ช่วยเพิ่มยอดขายน้ำมันและส่วน Lifestyle โดยเฉพาะ Café Amazon คาดว่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากจุดสูงสุดที่ 112 ล้านแก้วใน 1Q69 รวมถึงมีร้าน Café Amazon กว่า 4,787 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 4,742 สาขา ใน 4Q48









