KS Daily View 14 พ.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,510-1,530 จุด กลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นเน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดี ราคาหุ้นยังอยู่โซนล่าง และมีกำไรแข็งแกร่งกว่าคาด โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CRC, CPALL

การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,517.26 เพิ่มขึ้น 33.70 จุด (+2.27%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มีแรงขายในกลุ่มท่องเที่ยว โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่3 อีก 3,307 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,510-1,530 จุด ขานรับโมเมนตัมบวกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ US หนุน S&P 500 และ Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่ แม้เงินเฟ้อสหรัฐยังเร่งตัวจากผลกระทบสงครามอิหร่านจนตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น นอกจากนี้ยังมี sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่เริ่มชะลอตัว ผสานผลตอบรับดีต่อการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี รวมถึงการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่แกร่งกว่าคาด (ทั้ง US และไทย) ส่วนประเด็นที่น่าติดตาม คือ การเยือนจีนของ Donald Trump พร้อมซีอีโอบริษัทเทคฯ ชั้นนำ เพื่อหารือการค้า เทคโนโลยี และเสถียรภาพเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางความหวังว่าการลงทุนด้าน AI คาดเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโลกในช่วงถัดไป

โดยกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นเน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดี ราคาหุ้นยังอยู่โซนล่าง และมีกำไรแข็งแกร่งกว่าคาด โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CRC, CPALL

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • นายกฯ อนุทินเตรียมเปิดทำเนียบรัฐบาลวันที่ 15 พ.ค. เชิญ CEO และผู้บริหารระดับสูงจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมร่วมระดมความเห็นภายใต้เวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เพื่อหาแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย โดยเน้นการแลกเปลี่ยนแบบ Open Dialogue ระหว่างรัฐและเอกชน พร้อมเปิดรับข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ประเมินมุมมองเชิงบวกต่อ sentiment หุ้น Domestic Play โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก นิคมฯ ธนาคาร และท่องเที่ยว หากนำไปสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการลงทุนใหม่ในระยะถัดไป เช่น CPALL, CRC, WHA, AMATA, AOT และกลุ่มธนาคารใหญ่
  • โดนัลด์ ทรัมป์เดินทางถึงปักกิ่งพร้อมคณะ CEO บริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชั้นนำของสหรัฐ เช่น Apple, Nvidia, Tesla และ Boeing เพื่อหารือกับสี จิ้นผิงในประเด็นการค้า เทคโนโลยี AI แร่หายาก และบทบาทจีนต่อสงครามตะวันออกกลาง โดยตลาดจับตาความเป็นไปได้ของการขยายเวลาพักรบทางการค้าและการผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกระหว่างสองประเทศ ข่าวมีน้ำหนักบวกต่อ sentiment หุ้น Global Play และนิคมอุตสาหกรรมไทย เช่น WHA, AMATA รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE, HANA, DELTA จากความหวังการฟื้นตัวของ supply chain และการลงทุนเทคโนโลยี/AI ในภูมิภาคเอเชีย
  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเฮียริ่ง 9 มาตรการใหม่เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและลดความผันผวนของตลาด โดยมีสาระสำคัญ เช่น จำกัด Short Sell เฉพาะหุ้นสภาพคล่องสูงใน SET100, ปรับ Uptick Rule, เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับบัญชีส่งคำสั่งถี่ (High OTR), ขึ้นทะเบียน HFT ตามพฤติกรรมซื้อขายจริง และลด Tick Size เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง คาดเริ่มใช้ได้เร็วสุดใน 3Q69 คงต้องเกาะติดผลเฮียริ่ง และติดตามว่ามาตรการจะกระตุ้นความเชื่อมั่นได้มากน้อยแค่ไหน
  • กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ 1 ล้านตัน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ หลังไทยผลิตได้เพียง 5 ล้านตันจากความต้องการ 9 ล้านตันต่อปี พร้อมรองรับมาตรการ “ปลอดการเผา” สำหรับนำเข้าจากเพื่อนบ้านและความเสี่ยงต้นทุนวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง โดยย้ำว่ายังคุมเข้มการนำเข้าและต้องรับซื้อผลผลิตเกษตรกรไทยก่อน รวมถึงเก็บภาษีนำเข้าสูงหากเกินโควตา ประเด็นดังกล่าวเป็นบวกต่อกลุ่มอาหารและปศุสัตว์ เช่น CPF, GFPT, BTG และ TFG จากโอกาสบริหารต้นทุนอาหารสัตว์ได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงวัตถุดิบขาดแคลน แม้ระยะสั้นอาจมีแรงกังวลต่อราคาพืชอาหารสัตว์ในประเทศบางส่วน

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

CRC: ราคาพื้นฐาน 21.0 บาท

  • CRC รายงานกำไร 1Q69 ที่ 2.8 พันลบ. (+21% YoY, +6% QoQ) สูงกว่าคาดจาก SG&A และต้นทุนดอกเบี้ยต่ำกว่าประมาณการ โดยคิดเป็น 38% ของกำไรทั้งปี
  • รายได้โต 2% YoY หนุนจากกลุ่มอาหาร (+6% YoY) แม้แฟชั่นและฮาร์ดไลน์ยังอ่อนตัว ขณะที่ GPM ดีขึ้นเป็น 24.1% และต้นทุนดอกเบี้ยลดลงแรงจากการรีไฟแนนซ์หนี้
  • SSSG ใน 2QTD กลับมาเป็นบวก 1-3% จากยอดขายอาหาร วัสดุก่อสร้าง และสินค้า cooling product ที่ดีขึ้น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21 บาท

CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท

  • CPALL รายงานกำไร 1Q69 ที่ 9.1 พันลบ. (+20% YoY, +26% QoQ) สูงกว่าคาด จากรายได้อื่นและการสนับสนุนโปรโมชั่นจากซัพพลายเออร์ที่ดีกว่าคาด
  • ธุรกิจ CVS ยังเป็นแรงขับหลัก คิดเป็น 82% ของกำไรทั้งหมด โดยยอดขายโต 7% YoY และ GPM ขยายจากสัดส่วนอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่มที่สูงขึ้น
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 57.2 บาท มองกำไร 2Q69 ยังแข็งแกร่งจาก SSSG ฟื้นตัว อำนาจการปรับราคาสินค้า และ margin ที่ขยายต่อเนื่อง

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพฤหัส ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ +2.05 แสนตำแหน่ง และยอดค้าปลีก US เดือน เม.ย. คาด +0.5%m-m รวมทั้งการประชุมระหว่าง Trump กับ Xi Jinping (14-15 พ.ค.)

วันศุกร์ ติดตาม Empire manufacturing เดือน พ.ค. คาดที่ 8.0 จุด ลดลงจาก 11.0 จุด และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน พ.ค.. คาดที่ +0.2%m-m ฟื้นจาก -0.5%m-m ในเดือน เม.ย.

- Advertisement -