KS Daily View 15 พ.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,530-1,545 จุด กลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยสำหรับวันนี้แนะนำสะสม GULF, ADVICE
การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,539.12 เพิ่มขึ้น 21.86 จุด (+1.44%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มค้าปลีก, บรรจุภัณฑ์ และขนส่ง โดยนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,864 ลบ. ถือเป็นการซื้อสุทธิ 4 วันติดต่อกัน ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งตัวในกรอบ 1,530-1,545 จุด โมเมนตัมตลาดยังคงเป็นเชิงบวกโดยแรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากการประชุม สหรัฐฯกับจีนที่โทนโดยรวมเป็นบวก แม้ว่ากลไกต่างๆ อาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยเนื้อหาการประชุมมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–จีน ทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ โดยทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการรักษาความสัมพันธ์และการเจรจาเศรษฐกิจต่อเนื่อง ส่วนประเด็นในประเทศวันนี้แนะติดตามการประชุมระหว่างนายกฯ กับ CEO 10 กลุ่มธุรกิจใหญ่ของไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอและปัญหาจากภาคเอกชนโดยตรง เพื่อนำไปกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ คาดเป็นปัจจัยกระตุ้นการลงทุนมากขึ้น ผสานการเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการรายงานผลประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาดยังเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุน SET
โดยกลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่แนวโน้มกำไรยังขยายตัวเด่น โดยวันนี้แนะนำ GULF, ADVICE
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- คณะกรรมการกลั่นกรองฯ เห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นโครงการแรกภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เตรียมเสนอ ครม. 19 พ.ค. และเปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. โดยใช้โมเดลร่วมจ่าย 60:40 รัฐช่วย 60% มุ่งช่วยประชาชนรายได้น้อยและร้านค้ารายย่อย พร้อมมาตรการเสริมด้านเข้าถึงสินเชื่อ แก้หนี้นอกระบบ และสร้างทักษะอาชีพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการบริโภคในประเทศ ถือเป็น sentiment บวกต่อหุ้น domestic consumption และค้าปลีกฐานราก รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ด้วย
- วันนี้นายกรัฐมนตรีเตรียมประชุมร่วมซีอีโอ 10 กลุ่มธุรกิจใหญ่ของไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอและปัญหาจากภาคเอกชนโดยตรง เพื่อนำไปกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ โดยมีผู้บริหารจากกลุ่มใหญ่เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ CP Group, GULF, PTT, CRC และ WHA สะท้อนความพยายามยกระดับความร่วมมือรัฐ-เอกชนในระยะยาว เป็น sentiment บวกต่อหุ้น domestic play และกลุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-นิคมฯ จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป
- “พิพัฒน์” เตรียมหารือสหภาพ กทพ. และประชาชน ปมโครงการ Double Deck ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ซึ่งมีแนวคิดขยายสัมปทาน BEM เพิ่มอีก 22 ปี 5 เดือน แลกกับการลงทุนและลดค่าทางด่วนเหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย โดยย้ำต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าและความปลอดภัยก่อนเสนอ ครม. ขณะเดียวกันเตรียมเร่งดันโครงการทางด่วนภูเก็ตเข้า ครม. ก.ค.นี้ และเริ่มประมูลได้ทันทีฃเป็นบวกต่อ BEM หากดีล Double Deck เดินหน้าได้จริง เพราะจะช่วยต่ออายุ cash flow ระยะยาวและเพิ่ม upside จากสัมปทานใหม่
- ธปท.ขยายเวลาผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ถึง 30 มิ.ย.2570 เพื่อประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอและผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยยังอนุญาต LTV 100% สำหรับบ้านบางกลุ่ม แม้ยืนยันว่าความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินยังจำกัด เพราะธนาคารยังเข้มงวดปล่อยสินเชื่อและไม่พบภาวะเก็งกำไรผิดปกติ ถือเป็น sentiment บวกต่อหุ้นอสังหาฯ ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแนวราบและบริษัทที่มี backlog พร้อมโอน จากโอกาสกระตุ้นกำลังซื้อและลดแรงกดดันยอดปฏิเสธสินเชื่อระยะสั้น
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
GULF: ราคาพื้นฐาน 67.00 บาท
- มองโอกาสลงทุนพลังงานหมุนเวียนในยุโรปมากขึ้นจากเสถียรภาพตลาดที่ดีขึ้น ขณะที่หลีกเลี่ยงเวียดนามจากความไม่แน่นอนด้านนโยบาย โดยปัจจุบันมี renewable capacity 2,000MW ในยุโรป
- บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 10-15% จากการ COD โครงการใหม่ราว 700MW และมอง data center เป็น growth driver ใหม่ มีโอกาสขยายกำลังผลิตสู่ 1-2GW ใน 5ปีหน้า
- KS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-71 ขึ้น 19%/10%/15% จากกำไรขายสินทรัพย์, IPP utilization แข็งแกร่ง และเงินปันผล KBANK
ADVICE: ราคาพื้นฐาน 6.83 บาท
- กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 116 ลบ. (+83% YoY, +84% QoQ) สูงกว่าคาดจาก GPM ที่แข็งแกร่งทั้งธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง
- รายได้ 1Q69 อยู่ที่ 4.3 พันลบ. (+8% YoY) หนุนจากยอดขายสินค้า IT, Apple และ Android ขณะที่ GPM ขยายตัวเป็น 12.4%
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ADVICE ราคาเป้าหมาย 6.83 บาท มองกำไรปี 69 ยังมี upside จาก GPM ที่ดีกว่าคาดและแนวโน้มยอดขาย 2Q69 โตระดับสองหลัก YoY
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันศุกร์ ติดตาม Empire manufacturing เดือน พ.ค. คาดที่ 8.0 จุด ลดลงจาก 11.0 จุด และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน พ.ค.. คาดที่ +0.2%m-m ฟื้นจาก -0.5%m-m ในเดือน เม.ย.









