FLOYD ปรับโครงสร้างองค์กร เสริมทีมบริหารรุ่นใหม่ หนุนแผนเติบโตระยะยาว พร้อมโชว์กำไร Q1/2569 โต 133.90%

บมจ. ฟลอยด์ (FLOYD) เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรและเสริมทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รองรับทิศทางการเติบโตในอนาคต และยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กร ท่ามกลางโอกาสการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาคารอุตสาหกรรม และธุรกิจ Data Center ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมโชว์ผลงาน Q1/69 กวาดรายได้ 79.23 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13.87 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ “Fast • Safe • Caring • Sustainable” ดันเป้าหมายปี 2569 เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

นายทศพร จิตตวีระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานวิศวกรรมระบบสาธารณูปโภค และระบบดาต้าเซ็นเตอร์ เปิดเผยว่าภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริษัทล่าสุด บริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย เลขานุการบริษัท และผู้บริหารบางตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร และการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การส่งต่อองค์ความรู้ และการพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนองค์กร

สำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับองค์กรภายใต้แผน Transformation และการเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคต โดยยังคงดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานและการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 79.23 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 13.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลงจากการทยอยส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการแล้วเสร็จในปีก่อนหน้า แต่บริษัทฯ ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี จากการบริหารต้นทุนและการควบคุมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 30.56 ล้านบาท หรือเติบโต 61.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการคัดเลือกโครงการ การบริหารต้นทุน และการควบคุมคุณภาพงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงสร้างรายได้ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีฐานลูกค้าหลักกระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม โดยกลุ่มอาคารพักอาศัยคิดเป็น 51.87% ของรายได้รวม ขณะที่กลุ่ม Data Center มีสัดส่วนรายได้ 29.60% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และเป็น New Growth Engine ของบริษัทฯ ในระยะต่อไป

- Advertisement -