นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์ รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC

SELIC ทำกำไร Q1/69 พุ่งแรง 60% แตะ 55.78 ล้านบาท โชว์ศักยภาพบริหารมาร์จิ้นแกร่ง 35.2% แม้รายได้ชะลอตัว เดินหน้าบริหารต้นทุนและเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

บมจ. ซีลิค คอร์พ หรือ SELIC” โชว์ศักยภาพแข็งแกร่ง ประกาศงบไตรมาส 1/2569 ทำกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่แตะ 55.78 ล้านบาท โต 60% โดยสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้อย่างแข็งแกร่งสวนทางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตอกย้ำความสำเร็จจากการบริหารต้นทุน และการปรับโครงสร้างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาขีดความสามารถในการทำกำไร และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่ผู้ถือหุ้น 

นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์ รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวอุตสาหกรรมที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม (Specialty and High Performance Adhesive) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 528.9 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการชะลอตัวของยอดขายในบางตลาดของธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว รวมถึงยอดขายต่างประเทศของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในบางอุตสาหกรรม

“รายได้รวมที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย 4.9% มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกในกลุ่มธุรกิจสติ๊กเกอร์ทั้งตลาดในและต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่จำกัดและการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม SELIC ยังคงรักษาความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม” นายณรงค์ กล่าว

ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่  184.08 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 35.2% , EBITDA แตะ 125.44 ล้านบาท โต 37.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 55.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรของทุกกลุ่มธุรกิจ แม้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาระดับอัตรากำไรให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ แม้ภาวะตลาดโดยรวมยังมีความผันผวน โดยมีสัดส่วนรายได้จาก 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ ธุรกิจสติ๊กเกอร์ 39% ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 33% และธุรกิจกาวอุตสาหกรรม 28% โดยบริษัทเน้นการจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลักถึง 95% เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินและปัจจัยเปราะบางจากเศรษฐกิจต่างประเทศ

ทั้งนี้ SELIC ยังคงให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านต้นทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาน้ำมันและวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจจีนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีวินัย

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ มองว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ ความผันผวนของราคาพลังงาน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก อย่างไรก็ตาม SELIC ยังคงมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไร ผ่านการขยายฐานสินค้าเฉพาะทาง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

“บริษัทฯ เชื่อว่ากลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ยังคงเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้งานอย่างต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังมีความผันผวน และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว” นายณรงค์กล่าว

- Advertisement -