บล.ฟิลลิป:
เจริญโภคภัณฑ์อาหาร – CPF
ลุ้นราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัวชัดครึ่งปีหลัง
Key Point
CPF รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 4.8 พันล้านบาท -43% y-y ถูกกดดันจากราคาสุกรไทยที่ปรับฐานลง คาด 2Q69 ฟื้นตัว q-q รับช่วง High Season ของการส่งออกและราคาสุกรไทยที่เริ่มฟื้นตัว ก่อนจะเห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนใน 2H69 หลังอุปทานในไทยและจีนลดลง แม้มีความเสี่ยงจากต้นทุนข้าวโพดที่อาจขยับสูงขึ้นในไตรมาสถัดไป แต่บริษัทมีสต็อกวัตถุดิบรองรับไว้แล้วกว่า 100 วัน คงราคาพื้นฐานที่ 23.30 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบัน 22.6% แนะนำ “ซื้อ”
กำไร 1Q69 ออกมาลดลง y-y ตามราคาสุกรที่ลดลง
CPF มีรายได้จากการขายรวม 1.36 แสนล้านบาท ลดลง 5% y-y จาก 1.) ประเทศไทย: รายได้ 4.7 หมื่นล้านบาท (สัดส่วน 35%) ลดลง 5% y-y จากราคาสุกรที่ปรับฐานลง 2.)เวียดนาม: รายได้ 2.4 หมื่นล้านบาท (สัดส่วน 18%) ลดลง 11% y-y แต่หากไม่นับรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายจะอยู่ในระดับทรงตัว 3.)จีน: รายได้ 9.4 พันล้านบาท (สัดส่วน 7%) ลดลง 18% y-y ตามการชะลอตัวของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในท้องถิ่น ด้านอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 15.6% (จาก 18.3% ในปีก่อน) ตามราคาสุกรไทยที่ลดลง แต่ได้ปัจจัยบวกจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 10% y-y จากการปรับโครงสร้างหนี้ และมีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพ (Biological Assets) 530 ล้านบาท ทำให้กำไรออกมาอยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท ลดลง 43% y-y
คาดแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัวชัดเจน 2H69
แนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ในประเทศไทย ในเดือน เม.ย. ได้ฟื้นตัวขึ้นมาที่ระดับ 68 บาท/กก. แต่เริ่มอ่อนตัวลงในเดือน พ.ค. ที่ 65 บาท/กก. โดยในช่วงที่เหลือคาดจะทรงตัวหรืออ่อนตัวลงเนื่องจากผลกระทบของอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอและความกังวลเรื่องโรคระบาดทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยเร่งขายสุกรเพื่อลดความเสี่ยง ด้านเวียดนามคาดราคาจะทรงตัวอยู่ในกรอบ 67,000-68,000 ดอง/กก. ด้านจีนราคายังถูกกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด
อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มราคาสุกรจะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 2H69 โดยในประเทศไทยคาดราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มดีขึ้นจากอุปทานที่ลดลงหลังเกษตรกรรายย่อยลดปริมาณแม่พันธุ์ ส่วนในประเทศจีน คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดปริมาณแม่พันธุ์สุกรเหลือ 39 ล้านตัว เพื่อแก้ปัญหาอุปทานล้นตลาด ในขณะที่ประเทศเวียดนามคาดราคาจะยังคงทรงตัว
แนวโน้มต้นทุนเริ่มปรับขึ้น
ด้านต้นทุนอาหารสัตว์เริ่มเห็นความท้าทายจากราคาข้าวโพดใน 2Q69-3Q69 มีโอกาสปรับสูงขึ้นไปถึง 12.00-12.50 บาท/กก. (จาก 9.9 บาท/กก. ใน 1Q69) จากปริมาณข้าวโพดตามแนวชายแดนที่ลดลงนอกจากนี้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้นตามปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป โดยปัจจุบันบริษัทมีวัตถุดิบในสต็อกที่ราว 100 วันและมีแผนในการใช้วัตถุดิบทดแทน เช่น รำข้าวและข้าวสาลีแทน
คงราคาพื้นฐาน 23.30 บาท แนะนำ “ซื้อ”
กำไร 1Q69 คิดเป็น 23% ของกำไรทั้งปี ด้านแนวโน้ม 2Q69 คาดเพิ่มขึ้น q-q จากราคาขายสุกรที่สูงขึ้นและเป็นช่วง High Season ด้านการส่งออก และคาดจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วง 2H69 คงราคาพื้นฐาน ปี 69 ที่ 23.30 บาท มี Upside ที่ 22.6% จากราคาปัจจุบัน แนะนำ “ซื้อ”
นโยบายความยั่งยืน
บริษัทได้รับการจัดอันดับ ของ SET ESG Ratings ในระดับ “AAA”
ด้านสิ่งแวดล้อม (E) บริษัทดำเนินการตามแนวทางที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่
-
การจัดการคาร์บอน: ตั้งเป้า Zero Carbo ภายในปี 2593 และมีการรายงานการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกทุกปีต่อ SBTi
-
การบริหารจัดการน้ำ: พัฒนาแผนบริหารผลกระทบน้ำท่วม ภัยแล้ง และปัญหาขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่เสี่ยง และตั้งเป้าปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์จากโรงงานแปรรูปอาหาร
-
การจัดการของเสีย : ตั้งเป้าฝังกลบของเสียเป็นศูนย์ภายในปี 2573
ด้านสังคม (S) บริษัทดำเนินการตามแนวทางที่ยั่งยืนด้านสังคมได้แก่
-
สนับสนุนและพัฒนาบุคลากร
-
บริหารงานอย่างมีจริยธรรม บริหารผลตอบแทนที่เป็นธรรม และสอดคล้องกับจริยธรรม,จรรยาบรรณธุรกิจ
ด้านการกำกับดูแลกิจการ (G)
บริษัทดำเนินการตามแนวทางที่ยั่งยืนด้านการกำกับดูแลกิจการได้แก่
-
ได้รับการรับรองต่อต้านคอร์รัปชันจาก CAC
-
ได้รับคะแนน CG ในระดับ “ดีเลิศ”









