เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 1.05 จุด (-0.07%) ปิดที่ระดับ 1,517 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.1 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 260 บริษัท และปรับลง 206 บริษัท) แรงขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (KCE, HANA, DELTA) และ กลุ่มน้ำมัน (PTTEP, PTTGC, TOP) ยังกดดัชนี อย่างไรก็ตาม SET ปรับลงจำกัดเนื่องจากยังมีแรงซื้อหุ้น Domestic play ช่วยพยุงตลาด โดยเฉพาะกลุ่มอิงธีม Investment Cycle อาทิ กลุ่มนิคมฯ (AMATA, WHA),กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภค (GULF, GPSC, BGRIM, WHAUP) และกลุ่มอิงมาตรการรัฐ ค้าปลีก (CPAXT, BJC, GLOBAL, DOHOME) และ กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
- AMATA (+11.63%), WHA (+4.76%) ปรับขึ้นเด่น Outperform ตลาด เช้านี้มีข่าวดี BOI อนุมัติคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 3 โครงการใหญ่ในธุรกิจชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ขั้นสูง มูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท ผสานภาพใหญ่ไทยเข้าสู่ Investment Cycle จากการเร่งลงทุนของภาครัฐและเอกชน หนุนยอดขายที่ดินกลุ่มนิคมฯ
- CPAXT (+2.04%), BJC (+2.16%), MOTHER (+4.42%) คาดได้ประโยชน์จากข่าว ครม. เห็นชอบมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ให้สิทธ์ 43 ล้านคน แบ่งเป็น ประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน ผู้ถือบัตรคนจน 13.18 ล้านคน รัฐจะจ่ายให้คนละ 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน เพิ่มกำลังซื้อในระบบดีทางอ้อมกับผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง
- WHAUP (+4.95%) Outlook 2Q26F คาดฟื้นตัวเด่น y-y, q-q จาก Gheco-1 กลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาส ผลขาดทุนจาก Coal Inventory Loss ลดลง มี Upside ระยะยาวจากการรอเซ็นสัญญาขายน้ำขนาดใหญ่ให้กับลูกค้า Data Center รายใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาสนี้ (2Q26F)
- KCE (-2.36%), HANA (-3.28%), DELTA (-1.26%) ปัจจัยลบเดิม ราคาหุ้นอยู่ในช่วงปรับฐานซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับหุ้น Tech ต่างประเทศ วิตก US Bond yield เร่งตัวทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี กระทบต้นทุน R&D และ Capex cycle ของหุ้นกลุ่ม Tech (Kospi เกาหลีใต้ -3.25%, Taiex ไต้หวัน -1.75%)
- PTTEP (-0.97%), TOP (-1.57%), PTTGC (-1.3%) มีจิตวิทยาลบราคาน้ำมันดิบพักตัวหลังประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ สั่งระงับการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาทางการฑูต








