เตรียมรวยไม่ไหวแล้ว // 1,510-1,530
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways to sideways up: แรงหนุนจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่เตรียมเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันนี้ ประกอบกับมีความหวังต่อมุมมองที่ดีขึ้นของ EPS และ GDP ไทยในปี 2569 หากแต่มองทางขึ้นจำกัด ท่ามกลางการรอติดตามพัฒนาการของการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง
กลยุทธ์การลงทุน
-
Outlook ดีใน 2Q69: DELTA, GULF, KBANK, KCE, KTB, MINT, OR, STECON, SPALI
-
คนละครึ่งพลัส: ADVANC, AEONTS, BEM, CENTEL, CPALL, CPAXT, ERW, KTC, TRUE
-
เข้า MSCI Global small cap.: MRDITY, TFG
-
คาดเข้า SET50/100 เบื้องต้น: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM
-
คนละครึ่งพลัสเตรียมเข้าครม.: คาดแรงหนุนมาจากพัฒนาการของมาตรการภาครัฐ สอดรับกับการที่คุณเอกนิติ รองนายกฯและรมว.คลัง เผยว่าเตรียมเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อที่ประชุมครม.ในวันนี้ ทั้งนี้ตามข่าวที่ปรากฎออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่าโครงการข้างต้นจะครอบคลุมโครงการคนละครึ่งพลัสและเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยโครงการคนละครึ่งพลัสจะแจกเงินรวม 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,000 บาท แบ่งเป็นรัฐบาลจ่ายให้ 60% และผู้มีสิทธิร่วมจ่าย 40% บนจำนวนผู้ใช้สิทธิราว 30 ล้านสิทธิ ส่วนโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะยึดกลุ่มเดิม ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ 13.2 ล้านสิทธิ โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจาก 300 บาท/เดือน อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลานาน 4 เดือน
-
ปรับ EPS และ GDP ปี 2569 ขึ้น: คาด SET Index จะได้แรงหนุนจากมุมมองภาพทั้งปี 2569 ต่อ EPS ที่ดีขึ้น หลังการเผยงบ 1Q69 พบว่ามีจำนวนหุ้นเผย EPS มากกว่า Bloomberg Consensus ที่ 61% และ Consensus ได้มีการปรับ EPS สำหรับปีนี้ขึ้นเป็น 97 บาท เทียบกับ 95 บาท เมื่อ 1 เดือนก่อนหน้า ประกอบอีกแรงหนุนคาดมาจากเศรษฐกิจไทยที่ไม่ได้แย่อย่างที่คิด หลังสภาพัฒน์เผย GDP1Q26 ขยายตัวสูงถึง 2.8% y-y พร้อมคงประมาณการทั้งปีนี้ที่ 2.0% แม้เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากแต่ยังมีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ จากภาพข้างต้นส่งผลให้เรามองถึงความเป็นไปได้ที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจต่างๆจะปรับประมาณ GDP ขึ้น หลังก่อนหน้านี้หลายๆแห่งมองต่ำกว่า 1.5% สำหรับ PhillipResearch เรามีการปรับ GDP ในปีนี้ขึ้นเป็นขยายตัว 2.1% จากคาดการณ์เดิม ณ เดือน ก.พ.69 ที่ 1.8% พร้อมปรับ EPS ขึ้นเป็น 96 บาท จากเดิมที่ 93 บาท
-
ตะวันออกกลางไม่แน่นอน ยังต้องจับตา: มองทางขึ้นจำกัด ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ที่อยู่บริเวณ $102 ต่อบาร์เรล ใกล้กับราคาปิดวานนี้ แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาปธน.ทรัมป์จะระบุว่าเขาได้ยกเลิกปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่วางแผนไว้ในวันนี้ หลังได้รับการร้องขอจากผู้นำชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียที่ต้องการเวลาเพิ่มเพื่อเดินหน้าหาทางออกทางการทูต หากแต่เรามองนักลงทุนยังรอติดตามพัฒนาการของการเจรจาเพิ่มเติม
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) รมว.กระทรวงการคลังแสดงความเป็นห่วงในปัญหาเงินเฟ้อที่อาจสร้างวิกฤติ โดยหวังว่าบที่กู้ตามพ.ร.ก.จำนวน 2 แสนล้านบาท จะช่วยลดผลกระทบปัญหาปากท้อง
(-) ตัวเลข Industrial Production เดือนเม.ย.69 ออกมาขยายตัว 4.1% ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 6.0% และลดลงจากเดือนก่อนที่ 5.7% ขณะที่ตัวเลข Retail Salesเดือนเม.ย.69 ออกมาที่ 0.2% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดมาก และลดลงจากเดือนก่อนที่ 1.7% สะท้อนภาพเชิงลบของตัวแปรทางเศรษฐกิจจีน
(-) กกพ.เผยเตรียมรื้อสัญญาไฟฟ้า เพื่อลดค่า Adder หลังมองประชาชนแบกรับค่าไฟสูงเกินจริง 13-17 สตางค์/หน่วย มองเป็นลบต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า
(-) IEAเตือนว่าปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์ กำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้นโดยเหลืออยู่เพียงไม่ กี่สัปดาห์เท่านั้น อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือขนส่งแล่นผ่าน
Picks of the day
CPALL (BUY)
-
เป้าหมาย 48.50 / 49.50 แนวรับ 46.50 / 47.00
-
SSSG พลิกมาเป็นบวก คาดกำไรปี 69 โตต่อเนื่อง: SSSG ใน 1Q69 พลิกกลับมาเป็นบวก 1.9% สะท้อนภาพการฟื้นตัวของกำลังซื้อ คาดกำไรทั้งปี 69 จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องตามแผน 700 แห่ง ควบคู่ไปกับการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการผลักดันสินค้ากลุ่ม Ready to Eat และเครื่องดื่ม All Cafe ที่มี Margin สูง
-
ได้รับ Sentiment บวกจากนโยบายภาครัฐ: คาดรับประโยชน์จากการเตรียมออกมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ภาพการบริโภคภาคเอกชนถูกปรับประมาณการขยายตัวจากเดิม 2.1% เป็น 2.4%
GULF (BUY)
-
เป้าหมาย 61.50 / 62.50 แนวรับ 58.00 / 58.50
-
Data Center หนุนดีมานด์ไฟฟ้าต่อเนื่อง: ธุรกิจโรงไฟฟ้ายังมีกำลังการผลิตเข้ามาต่อเนื่อง ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศคาดทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 73 และช่วงปี 76 จะมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากประเทศลาวเพิ่มเข้ามา นอกจากนี้จะมีธุรกิจ Data Center ที่มีความต้องการเข้ามาลงทุนในไทยของบริษัทเทคโนโลยีจากต่างประเทศช่วยเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งบริษัทคาดมีความต้องการ Data Center ที่เป็นไปได้ในปัจจุบันประมาณ 4,000-5,000 MW
-
พร้อมเติบโตกับเทรนด์อนาคต: สำหรับภาพระยะยาว เรามองว่าบริษัทมีความพร้อมในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก Portfolio ธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งพลังงานแบบดั้งเดิม พลังงานสะอาด ธุรกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ นอกจากนี้มองว่าผลกระทบจากข่าวนโยบายภาครัฐล่าสุดเกี่ยวกับค่าไฟ Adder ค่อนข้างน้อย จากการที่บริษัทยังมีสัดส่วนโรงไฟฟ้า IPP เป็นส่วนใหญ่









