แรงส่งจาก GDP ไตรมาส 1 ของไทย เปิด Upside Risk เชิงบวก
คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1527/ 1536 จุด รับ 1508/1500 จุด
สถานการณ์สงคราม โทนรวมไปในทาง De-escalation การเจรจาเดินหน้า ขณะที่สหรัฐฯยังชะลอแผนกลับมาโจมตี (เดิมจะโจมตีวันนี้) ราคาน้ำมันดิบลงมาแกว่ง 108-110 เหรียญฯ (prev. 110-112) และ US Bond Yield 10ปี ยังไม่ผ่าน 4.6% จุดสูงสุดในรอบ 1ปี ลดจิตวิทยาลบต่อตลาด และมีโอกาส Tech/ High Growth เริ่มตั้งฐาน ส่วน SET ภายใน จับตา Upside ต่อ GDP หลัง GDP 1Q26 ดีกว่าคาด โดยมีแรงส่งสำคัญการลงทุน ที่จะบวกองค์ประกอบเศรษฐกิจอื่นช่วงถัดไปด้วย และโมเมนตัมดี BOI ให้เพิ่มกลุ่มชิ้นส่วนขั้นสูง, การเดินหน้าลดกฎระเบียบซ้ำซ้อนโดยรัฐฯขอความเห็นกฎหมายควรแก้เร่งด่วนเอกชน ผสาน นายกฯยืนยันนำมาตรการไทยช่วยไทยพลัส (เบื้องต้นคาด 0.8% ของ GDP) เสนอ ครม. วันนี้ ผสาน สัญญาณชี้นำยอดส่งออก เม.ย. 26 ไปทางบวก Non-oil Export สิงคโปร์สูงสุดใน 14 เดือน คาด SET แกว่งขึ้น
ธีมเด่นวันนี้
1) ธีมลงทุน นิคม AMATA, WHA ไฟฟ้า GULF, GUNKUL, WHAUP รับเหมา STECON, PYLON, INSET สื่อสาร TRUE, ADVANC ธนาคาร KBANK, KTB
2) หุ้นตลาดกังวลผลกระทบสงครามล่วงหน้า vs ผลจริงจำกัด, พื้นฐานระยะกลางดี, ได้ประโยชน์รัฐฯเดินหน้ามาตรการ อาทิ AOT, CPALL, CENTEL, BH, PR9
3) เก็งกำไรหุ้นอิงส่งออก อาทิ ชิ้นส่วนฯ
KSS Alpha Espresso Picks : KBANK KTB (จิตวิทยาบวก Bond Yield สูง ผสานเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจไทยเริ่มติดเครื่อง ทั้งภาคการลงทุน และการส่งออก) CPN (เดินหน้าเปิด Shopping Mall คอนโด โรงแรม ตามแผน + มาตรการรัฐฯ )
Key Factors:
(*/+) War: ท่าทีสหรัฐฯ – อิหร่านยังออกไปในทาง De-escalation ทั้งสองฝั่งยังเดินหน้าเจรจากัน แม้ ปธน. Trump ยังไม่พอใจข้อเสนอและขู่โจมตีอิหร่าน แต่ท้ายที่สุดยังเลื่อนออกไปก่อน (เดิมจะโจมตีวันนี้) ทำให้ตลาดยังมีความหวังทางบวก ราคาน้ำมันดิบเช้านี้อิง Brents อ่อนลงมาแกว่ง 108-110 เหรียญฯ (prev. 110-112 เหรียญฯ) รอติดตามความคืบหน้า US Bond Yield 10 ปี ยังไม่ผ่านระดับสูงสุดรอบ 1ปี 4.6% แนะนำทยอยตั้งรับหุ้นที่ตลาดกังวลผลกระทบตะวันออกกลาง แต่ผลกระทบจริงดูจำกัด/พื้นฐานระยะกลางดี อาทิ AOT, CENTEL, CPALL, BH, PR9 ขณะที่หุ้น Technology / New Growth น่าจะเริ่มตั้งฐาน ขณะที่คาด Energy Security ปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมันยังสูงช่วยประคอง
(*/+) TH Politic:ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่ไม่มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน ขณะที่รัฐบาลยืนยัน นำมาตรการเยียวยา “ไทยช่วยไทย พลัส” เบื้องต้นคาดวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท (0.8% ของ GDP) เข้า ครม. วันนี้ บวกต่อ Upside GDP SET และกลุ่มที่อิงภายในอาทิ ธนาคาร ค้าปลีก และเช่าซื้อ
(+) Investment: ทิศทางการลงทุนไทยไปในทางบวก 1) รัฐบาลเริ่มความร่วมมือเอกชนให้ช่วยยกข้อกฎหมายที่มีความซ้ำซ้อนที่ต้องเร่งแก้ด่วน 2) BOI อนุมัติ 3 โครงการ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนฯ ขั้นสูง ผสาน โมเมนตัมที่เห็นความต่อเนื่อง บวกต่อ SET ที่ Correlation ลงทุนสูง 87% และหุ้นหุ้นธีมลงทุน ธนาคาร นิคม โรงไฟฟ้า รับเหมา ICT
(++) TH 1Q26 GDP: GDP 1Q26 +2.8%y-y ดีกว่าคาด การลงทุนที่เติบโตสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส ซึ่งโมเมนตัมดูเป็นบวกต่อ ผสาน ผลบวก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สภาพัฒน์คงคาด GDP 2.0% > ตลาดประเมิน 1.5-1.8% บวก SET หุ้นธีมลงทุน
(+) SG Non-oil Exports:ยอดส่งออกสิงคโปร์ (ไม่รวมน้ำมัน) เม.ย. 26 สูงสุดในรอบ 14 ปี +24.5% y-y นำโดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ KSS ประเมินว่ายอดส่งออกไทยจะขยายตัวในทิศทางเดียวกัน จิตวิทยาบวกหุ้นกลุ่มส่งออก อาทิ ชิ้นส่วนฯ
Technical Focus 19 พฤษภาคม 69
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ : “SIDEWAY เน้นแนวรับ 1,508 / 1,500 แนวต้านขยับลง 1,527 / 1,536”
กราฟ SET ยังคงโดนแรงขายกดดันต่อเนื่อง ส่งผลให้แท่งเทียนล่าสุดย่อตัวลงปิดใกล้เคียงกับแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA 5 วัน อย่างไรก็ตามเครื่องมือทางด้านเทคนิคยังคงมีสัญญาณบวกทุกเครื่องมือ อาทิ Modified stochastic ที่ %K ตัด %D ขึ้นต่อเนื่อง, RSI > 50 และ MACD ที่ตัด Signal line ขึ้นรอบใหม่ ในขณะที่ Volume หดตัวลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันต่อเนื่อง จึงให้น้ำหนัก SET เริ่มกลับมาแกว่งตัง SIDEWAY โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1,508 / 1,500 จุด (EMA 10 D/ แนวรับจิตวิทยา) จึงคงแนวต้านไว้ที่บริเวณ 1,527 / 1,536 จุด (PRIOR HIGH) ตามลำดับ
คำแนะนำ :
1.) นักลงทุนระยะสั้นยังต้องระมัดระวังความผันผวนตามแนวต้าน / เน้นย่อซื้อ อิงกรอบแนวรับ / แนวต้านที่กำหนด
2.) นักลงทุนระยะกลาง/ยาวเน้นถือลงทุน แนะนำใช้ฐานแนวรับที่ 1,480 จุด เป็นTrailing stop
เก็งกำไร
- TOP เป้าหมาย 49.25 / 51.00 แนวรับ 47.25 จุดตัด 46.50
- BBL เป้าหมาย 169.50 / 171.50 แนวรับ 166.50 จุดตัดขาดทุน 165.00
- WHAUP เป้าหมาย 5.25 / 5.50 แนวรับ 4.98 จุดตัดขาดทุน 4.90
- CPALL เป้าหมาย 48.75 / 50.00 แนวรับ 47.25 จุดตัดขาดทุน 46.50
Depositary Receipts (DR)
- VCB19 เป้าหมาย 8.20 / 8.45 แนวรับ 7.80 จุดตัดขาดทุน 7.55
KSS Commodities Update – 19-พ.ค.-26
- น้ำมันดิบ Brent +6.03%DoD ปิดที่ US$ 112.1/barrel
- น้ำมันดิบ West Texas +3.07%DoD ปิดที่ US$ 108.66/barrel
- ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle +1.15%DoD ปิดที่ US$ 140.45/ตัน
- ก๊าซธรรมชาติ NYMEX +2.16%DoD ปิดที่ US$3.024/MMBtu
- น้ำตาล -0.47%DoD ปิดที่ 14.73Cent/lb
- ถั่วเหลือง +3.06%DoD ปิดที่ 1213 Cent/bu
- น้ำมันปาล์ม +0.20%DoDปิดที่ 4500Myr/mt
- ยาง TOCOM +0.24%DoD ปิดที่ 414.2JPY/kg
- เหล็กเส้น 0.00%DoD ปิดที่ 475 CNY/MT
- ดัชนีค่าระวางเรือ BDI -1.87% ปิดที่ 3092 จุด
- ราคาแร่เงิน +2.27% ปิดที่ 77.718 US$/Oz
- ราคาทองคำ +0.59% ปิดที่ 4566.67 US$/Oz
- ราคาบิทคอย -1.77% ปิดที่ 76855.49 USD









