SINGER โชว์ผลงาน Q1/2569 กำไรพุ่งแตะ 144 ล้านบาท รายได้โต 32% ชู “Lock Phone” หนุนพอร์ตแกร่ง พร้อมเดินหน้าโปรเจกต์ Jump+ ทรานส์ฟอร์มสู่รีเทล-การเงินดิจิทัล
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ประจำปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง กวาดกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 144 ล้านบาท ทำสถิติกำไรสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 หนุนด้วยรายได้รวมแตะ 1,013 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 32% YoY) รับแรงส่งจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจสินเชื่อ “Lock Phone” ภายใต้การดำเนินงานของ SGC ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของบริษัทฯ โดยมีรายได้รวม 1,013 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อโทรศัพท์มือถือ Lock Phone ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ อย่างชัดเจน
สำหรับไฮไลต์การดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
-
การเติบโตของสินเชื่อ Lock Phone: มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 3,018 ล้านบาท (เติบโต 70% YoY) โดยในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อ Lock Phone ถึง 2,941 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งหมด (เพิ่มขึ้น 73% YoY) ส่งผลให้ ณ สันที่ 31 มีนาคม 2569 พอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ขยายตัวแตะ 7,478 ล้านบาท คิดเป็น 54% ของพอร์ตสินเชื่อรวม และก้าวขึ้นเป็นพอร์ตสินเชื่ออันดับ 1 ของบริษัทฯ
-
คุณภาพพอร์ตดีขึ้นอย่างชัดเจน: จุดแข็งของโมเดล Lock Phone ช่วยบริหารความเสี่ยงด้าน NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 21.6% YoY สอดคล้องกับกลยุทธ์การปรับ Portfolio Mix ที่เน้นพอร์ตคุณภาพสูง
-
รายได้จากการขายเติบโตสูง: รายได้จากการขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.7% YoY ได้แรงหนุนจากยอดขายโทรศัพท์มือถือผ่านการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งดีลเลอร์ ช่องทางขายตรง และสาขารีเทล ผ่านการสนับสนุนของแพลตฟอร์ม SG Finance+
-
การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 17 ล้านบาท จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว SINGER เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่าน โครงการ Jump+ ซึ่งมุ่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจทั้งระบบภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก:
-
การปรับโครงสร้างต้นทุนและพัฒนาสินค้า: ยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ SINGER เพื่อเพิ่มอัตรากำไร
-
การขยายเครือข่าย: เพิ่มทีมขายและช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
-
Digital Transformation: นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาพัฒนาระบบการขาย การให้บริการลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบ End-to-End เพื่อยกระดับ SINGER สู่การเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีก–การเงินในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
นายนราธิปกล่าวทิ้งท้ายด้วยมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากการเติบโตของธุรกิจ Lock Phone การขยายสาขาและช่องทางออนไลน์ รวมถึงปัจจัยฤดูกาลที่ช่วยสนับสนุนยอดขายกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง









