บล.กรุงศรีฯ:

STGT (Neutral; TP 11.20)

Tone: Positive

Key takeaways from meeting:

ผบห.คงเป้าปริมาณขายปี 2026F ที่ราว 40,000 ล.ชิ้น (KSSe: 38,500 ล.ชิ้น) โดยมอง 2H26F ดีกว่า 1H26F คาด U-rate อยู่ที่ 85-90% ในช่วงที่เหลือของปี (1Q26:84%) แรงหนุนหลักมาจาก 

(1) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ถุงมือ NR ใหม่ที่บางลงและมาร์จิ้นดีขึ้น 

(2) ลูกค้ามีการ switch จากถุงมือ NBR ที่ราคาพุ่งสูง มาเป็นถุงมือ NR ซึ่งเป็นจุดแข็งของ STGT (สัดส่วน NR ~73% ของยอดขาย) โดยเฉพาะลูกค้า Emerging markets และยุโรป 

(3) ลูกค้าเติม stock หลังจาก wait-and-see ใน 1H26F สำหรับ 2Q26F คาดปริมาณขายทรงตัว q-q ที่ ~9,100-9,300 ล.ชิ้น ก่อนที่ 3Q-4Q26F จะเร่งตัวขึ้น

  • บริษัทมีแผนปรับราคาขายขึ้นราว 35-40% ตั้งแต่ พ.ค. 2026 เป็นต้นไป ซึ่งครอบคลุมต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
  • ผบห.มองว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมถุงมือยางเริ่มเปลี่ยนจาก oversupply เข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตรายกลาง-รายย่อยทยอยปิดตัวจากต้นทุนที่เพิ่มเร็ว ผู้ที่อยู่รอดในระยะถัดไปจะเป็นรายใหญ่ที่มี economy of scale และความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ ซึ่ง STGT มีความได้เปรียบชัดเจน ทั้งจาก NR supply ที่มั่นคงผ่าน STA Group และความสามารถในการปรับ product mix ระหว่าง NR/NBR ได้ตามสภาวะตลาด

Our View:

  • คงคำแนะนำ Neutral: TP 11.20 บ. เนื่องจาก upside ต่อราคาเป้าหมายจำกัด อย่างไรก็ตาม มีมุมมองเป็นบวกต่อข้อมูลที่ได้รับ จากแนวโน้มราคาขายที่ปรับขึ้นครอบคลุมต้นทุน และภาวะอุตสาหกรรมที่คลี่คลายจาก oversupply ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง STGT
  • Outlook 2Q26F: มองผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้วใน 1Q26 และคาดกำไรปกติ 2Q26F โต y-y, q-q จากฐานต่ำ หนุนโดย ASP ที่ดีขึ้นจาก supply ตลาดที่ตึงตัว คงประมาณการกำไรปกติปี 2026F ที่ 1,042 ลบ. (+50% y-y)
- Advertisement -