เก่งหลังเกมส์

SET Index เพิ่มขึ้น 4.24 จุด (+0.28%) ปิดที่ระดับ 1,532.67 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.47 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 252 บริษัท, ปรับลง 192 บริษัท) รับข่าวสหรัฐและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกดดันราคาน้ำมันดิบปรับลงหนุนหุ้นในกลุ่ม de-escalation และ Anti Commodity ปรับขึ้นดันตลาด นำขึ้นโดย กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, BGRIM), ค้าปลีก (CPAXT, BJC, GLOBAL, DOHOME), สายการบิน (THAI, BA, AAV) และ กลุ่มนิคมฯ (AMATA, WHA, ROJNA) ส่วนกลุ่มปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE) และ กลุ่มน้ำมัน (PTTEP, PTTGC, TOP)

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

AMATA (+5.21%), WHA (+1.67%), ROJNA (+3.96%) รับข่าวบอร์ด EEC เห็นชอบหลักการขยายพื้นที่ EEC ครอบคลุ่มพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ “สมาร์ทโลจิสติกส์” ในจังหวัดฉะเชิงเทรา รองรับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์อัจฉริยะ สะท้อนภาพการเร่งการขยายการลงทุนของไทยหนุนดีมานด์ที่ดินและสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น

TIDLOR (+10.56%) ประกาศจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืน TIDLOR ประกาศจ่ายปันผล 0.69 บาท XD 2 มิ.ย. 26 ประมาณ 4.3% และประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 2.4 พันล้านบาท จำนวนไม่เกิน 122.8 ล้านหุ้นคิดเป็น 4.24% ของหุ้นจำหน่ายแล้วทั้งหมด (รวมปันผลและซื้อหุ้นคืน 4.3%+4.24% = 8.5%)

CPAXT (+2.7%), BJC (+2.13%) ดักเก็งกำไรก่อนที่ภาครัฐจะเปิดให้ลงทะเบียนมาตรการไทยช่วยไทยพลัสในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. นี้ ผสานราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงคาดหวังสงครามตะวันออกกลางยุติจะช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและเพิ่มกำลังซื้อให้กับภาคครัวเรือน

GPSC (+4.55%), BGRIM (+3.05%), GULF (+0.83%) เป็นหุ้น Top Pick ของเราเช้านี้โดยโรงไฟฟ้า SPP เป็นหนึ่งในธีม de-escalation และ Anti Commodity ซึ่งจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาพลังงานและ Bond yield ลดลงหากสงครามยุติ 

- Advertisement -