บล.พาย:
CK: CH-Kanchang PCL.
1Q26 รายได้ดี หนุนกำไรโตจากปีก่อน
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยปัจจัยบวกจากการเร่งการลงทุนของภาครัฐฯ ที่คาดว่าจะทยอยออกมาในอนาคต ขณะที่ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังไม่มากนัก นอกจากนี้หากแม้ว่างานใหม่จะมาช้าแต่ด้วย Backlog ของ CK ที่มีอยู่กว่า 156,000 ล้านบาท ยังเพียงพอกับรายได้ที่เราประมาณไว้ที่ 44,803 ล้านบาท เราจึงคงประมาณการดังกล่าวรวมถึงกำไรสุทธิที่ 2,122 ล้านบาทด้วย สำหรับผลประกอบการงวด 1Q26 มีกำไรสุทธิ 329 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนตาม ส่วนแบ่งกำไรที่มากขึ้นและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง
1Q26 กำไรสุทธิ 329 ล้านบาท (+17%YoY,-26%QoQ)
-
CK รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 329 ล้านบาท (+17%YoY,-26%QoQ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเติบโตจากรายได้และส่วนแบ่งจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนลดลงจาก 4Q25 เกิดจากส่วนแบ่งจาก CKP ที่ลดลง
-
รายได้ที่ 12,163 ล้านบาท (+2%YoY,+17%QoQ) ยังเติบโตตามฐาน Backlog ที่อยู่ในระดับสูง โดยรายได้หลักมาจากโครงการหลวงพระบางและงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ทั้งงานโยธาและงานระบบ)
-
กำไรขั้นต้นที่ 7.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 7.7% ใน 1Q25 แต่ดีขึ้นจาก 6.9% ใน 4Q25 ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ 577 ล้านบาท (+4%YoY,-13%QoQ) เพิ่มจากปีก่อนจากค่าใช้จ่ายพนักงานเป็นหลัก รวมแล้ว CK มีกำไรจากการดำเนินงาน 326 ล้านบาท (-10%YoY,+497%QoQ)
-
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ 296 ล้านบาท (+11%YoY,-47%QoQ) การเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกิดจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ CKP ส่วน BEM แม้จะมีการถือหุ้นเพิ่มจากปีก่อน แต่ส่วนแบ่งเพิ่มเล็กน้อยคาดว่าเกิดจากการตัดรายการระหว่างกัน ส่วนลดลงจาก 4Q25 ลดลงมากในส่วนแบ่งของ CKP ตามปัจจัยเรื่องฤดูกาล
-
รายได้อื่น 155 ล้านบาท (-27%YoY,-54%QoQ) ลดลงมากในกลุ่มดอกเบี้ยรับหลังได้รับเงินคืนจากโครงการไซยะบุรี ส่วนดอกเบี้ยจ่ายที่ 416 ล้านบาท (-18%YoY,-16%QoQ) ลดลงเนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้ไปในช่วงปลายปี
ลุ้นงานใหม่มาปลายปี ส่วนเรื่องต้นทุนยังบริหารได้
ภาพรวมการเปิดประมูลงานใหม่ CK คาดว่าจะเริ่มเห็นอย่างเร็วในช่วงปลายปีนี้ อย่างงาน Double Deck มูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท ส่วนงานอื่นจะทยอยออกมาระหว่างปี 26-28 อย่างเช่นงาน เดินรถไฟฟ้าสีม่วงใต้ งานมอเตอร์เวย์ งานรถไฟทางคู่ หรืองานรถไฟไฮสปีดเฟส 2 เป็นต้น มูลค่ารวมกว่า 700,000 ล้านบาท โดย CK ตั้งเป้าได้งานใหม่ประมาณ 260,000 ล้านบาท
ด้านต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น CK มองว่าหากสงครามไม่ยืดเยื้อด้วยการที่มีสต๊อกวัสดุก่อสร้างอยู่จะไม่ทำให้กรอบกำไรขั้นต้นที่คาดไว้ในระดับ 7-8% เปลี่ยนแปลงมากนัก
ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เพราะได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐฯ
ด้วยฐาน Backlog ที่มีอยู่กว่า 156,000 ล้านบาท จะหนุนให้รายได้เป็นไปตามที่เราคาดที่ 44,803 ล้านบาท (และกำไรสุทธิ 2,122 ล้านบาท) แม้งานใหม่อาจจะมาไม่ทัน สำหรับคำแนะนำการลงทุนจาก Backlog ที่อยู่ในระดับสูง รวมกับผลดีจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ที่คาดจะมีงานใหม่ออกมา เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 26 ที่ 23 บาท (1.3XPBV’26E)








