เก่งหลังเกมส์

SET Index +3.03 จุด ปิดตลาด 1,553.36 จุด มูลค่าการ ซื้อ-ขาย 5.83 ล้านบาท แรงหนุนจากภาพหลักสงครามไปทาง De-escalation อิหร่านเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มที่หนุนดัชนีหลักๆคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA ,HANA, KCE กลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเด่นนำโดย BBL, KBANK และ SCB กลุ่มวัสดุก่อสร้าง SCC ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่กดดัชนี คือ กลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTT, GULF)  กลุ่มค้าปลีก (CPALL) ฯลฯ 

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ 

BBL +2.66%, KBANK +1.02% SCB +0.75%

กลุ่มธนาคารปรับขึ้นในทางเดียวกัน  ประเมินมีปัจจัยหนุนหลักๆคือ  1.)ทิศทางดอกเบี้ยขาลงใกล้สิ้นสุด (BBL ได้ประโยชน์จากธนาคารกลางอินโดฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5%),   2.)สินเชื่อรวมของกลุ่มอิงตาม ธพ. เดือน เม.ย. เริ่มกลับมาฟื้นตัว  โดย Top pick กลุ่มธนาคารในปีนี้ KSS แนะนำ KBANK และ KTB 

DELTA +1.50% HANA +2.00% KCE +0.72% 

กลุ่มชิ้นส่วนปรับขึ้นยกแผง  (ยกเว้น CCET เนื่องจากมีปัจจัยเฉพาะตัว คือ  ตลท. ประกาศให้หุ้น CCET เข้าเกณฑ์ติด Cash Balance)  โดยปัจจัยหนุนคือ 1.)จิตวิทยาบวกตามหุ้น Semiconductor ในต่างประเทศเมื่อวานปรับขึ้น อาทิ ในยุโรป ASML ขึ้นเด่น   ตลาดหุ้นเกาหลีใต้วันนี้ปรับขึ้นหนุนจากหุ้น Semiconductor   2.) กระแส AI Capex Cycle  โดยรวมมองกลุ่มชิ้นส่วน แนะนำ Trading เน้น DELTA, HANA 

BH +1.14%, BDMS +0.55%

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลปรับขึ้นเด่น แรงหนุนจาก มเมนตัมทางบวก นำโดย ร.พ. อิงฐานลูกค้าต่างชาติสูง BH, BDMS, PR9 1)  การฟื้นเร็วผู้ป่วยตะวันออกกลางเร็ว  โดย BH 22% ของรายได้ PR9 11% ของรายได้ BDMS 4% ของรายได้ 2)  ลูกค้าไทยนิ่งขึ้น ขณะที่แนะเริ่มจับตากระแส COVID ที่ระบาดเพิ่ม 3)  ผลกระทบต่อกลุ่มนี้ที่ดูจำกัดมาก vs ผลตอบแทน ต่ำกว่า SET vs Pre-war มีนัยฯ -> หุ้น PR9 (-16.8%) BDMS (-16.5%) BH (-13.6%) VS SET ที่เหนือกว่าช่วง Pre-War +1.1% กลยุทธ์การลงทุนมองบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเน้นไปที่ BH

- Advertisement -