Bond Yields ย่อ จับตาต่อที่ Nonfarm คืนนี้ // 1,565–1,585
คาด SET Index Sideways : โดยมองจะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงต้นรับการชะลอตัวลงของ Bond Yields สหรัฐ และอาจชะลอตัวลงในช่วงท้ายตลาดตามแรงขายลดเสี่ยงก่อนจะมีการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls ในคืนนี้
กลยุทธ์การลงทุน
1) หวังโครงการรัฐ : AMATA, BLA, BGRIM,CK, GPSC, GULF, GUNKUL, HANA, KCE,KTB, PYLON, SEAFCO, STECON, CPALL, AOT
2) คาดผลการดำเนินงาน 2H69 เติบโต: AP, CBG, ITC, PRM, PSL, TCAP
3) หุ้นทยอยขึ้น XD: BBL, BCPG, HMPRO, KBANK, KKP, SCB, TISCO, TTB, TTW
4) Selective : BH, BCH, CHG, BDMS, TU, TTA
- Bond Yield ย่อ ทำให้ตลาดบวกช่วงต้น แต่อาจย่อช่วงท้าย: Bond Yields สหรัฐอายุ 2 ปี และ 10 ปี ย่อตัวลงมาที่ 4.32% และ 4.74% จากวันก่อนหน้าที่ 4.38% และ 4.79% ด้วยแรงหนุนจากการเข้าซื้อคืนพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ มูลค่า 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อคืนพันธบัตรที่ยังค้างอยู่ในระบบเศรษฐกิจ และเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดพันธบัตร โดยโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 69 ไปจนถึงวันที่ 4 พ.ย. 69 ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับต่อการปรับตัวลงของ Bond Yields ในเชิงบวก โดยดัชนี Nasdaq Dowjones S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.40% 1.18% และ 1.06% มองจะสร้าง Sentiment บวกให้ตลาดหุ้นทั่วโลก และมองหุ้น High Beta และ หุ้น Big Cap ที่มี Correlation กับดัชนีตลาดสูงจะรับผลบวกจากภาพดังกล่าวในช่วงต้นของตลาด อย่างไรก็ดีแนะนำทำกำไรในระหว่างวัน และอาจลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน เนื่องจากมองอาจมีแรงขายลดเสี่ยงช่วงท้ายตลาด เพราะในคืนนี้จะมีการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls(Aug) สหรัฐ หากออกมาชี้นำภาพบวกในตลาดแรงงานสหรัฐ อาจทำให้ตลาดกลับมากังวลในทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอีกครั้ง
- หุ้นอิงมาตรการยังเป็นทางเลือกที่ดี : มองนักลงทุนที่ต้องการสะสมหุ้นระยะกลางถึงยาวอาจเลือกหุ้นที่อิงกับมาตรการภาครัฐ และ โครงการต่างๆ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด+แผน PDP การก่อสร้างรถไฟทางคู่ และ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เนื่องจากในเดือน ก.ย. จะเห็นความคืบหน้าในโครงการต่างๆ ที่อิงกับงบประมาณปี 69 และ ต้องเตรียมเปลี่ยนผ่านไปใช้งบประมาณปี 70 ต่อ มองหุ้นกลุ่มโรงแรม ขนส่ง โรงไฟฟ้า ค้าปลีก อาหาร รับเหมาก่อสร้าง และ วัสดุก่อสร้าง ยังน่าสนใจสะสม
- ปัจจัยอื่นที่น่าติดตาม : TH- CPI + Core CPI (Aug)/ Consumer Confidence (Aug), US- วันที่ 7 ก.ย. 69 ตลาดปิดทำการในวันแรงงานสหรัฐ/ PPI + Core PPI(Aug)/ Existing Home Sales(Aug)/CPI + Core CPI(Aug), EU- GDP (Q2)/ การประชุม ECB, JP- GDP (Q2), CN- ตัวเลขการค้าจีน(Aug)/ CPI + PPI(Aug)
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) ฟิทช์ เรทติ้งส์ เผยความเสี่ยงของประเทศไทยลดลง หลังการเมืองมีเสถียรภาพขึ้น และ เศรษฐกิจรับมือแรงกดดันได้ดีขึ้น โดยเสริมว่าฟิทช์ มีแนวโน้ม”ปรับเพิ่ม” ประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 1.8%
(+) คลัง” ปรับเกณฑ์ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” อุดหนุนค่าที่พักอัตราเดียว เพื่อลดปัญหาการฉวยโอกาสขึ้นราคาห้องพัก คาดว่าจะใช้งบประมาณสูงกว่า 2 พันล้านบาท และ เริ่มใช้จริงภายในเดือน ต.ค.69
(+) Bank of America ชี้โมเมนตัมการประมาณการ “กำไรหุ้นไทยโดดเด่น” และอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าตลาดอื่นๆในเอเชีย
(+) นายกฯ อนุทิน ประกาศยุทธศาสตร์ “Thailand’s Offer” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีขั้นสูง และ AI, เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy)
Picks of the day
AMATA [BUY]
- เป้าหมาย: 34.50 / 35.50 แนวรับ: 31.00 / 32.00
- BOI ไฟเขียว “เนสท์เล่”: BOI อนุมัติการลงทุนให้กับ “เนสท์เล่” เพื่อขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 6.4 พันลบ. ในนิคม อมตะซิตี้ ระยอง โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมัน โดยโครงการจะเป้นการใช้วัตถุดิบหลักจากไทยราว 56% อาทิ เนื้อไก่ ปลาซาร์ดีน แป้งมันสำปะหลัง วิตามิน ช่วยต่อยอดเกษตรกรในไทย
- ข่าว “เนสท์เล่” เสริมความมั่นใจต่อยอดขาย: โดย AMATA จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในลำดับแรกจากการขยายที่ดินของผู้ลงทุน (เนสท์เล่) เป็นข่าวที่เข้ามาช่วยเสริมความมั่นใจต่อยอดขายใน 3Q69 ได้เพิ่มมากขึ้น โดยแนวโน้มครึ่งปีหลังจะมียอดขายที่ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งยังมีการเจรจากับคู่ค้าอยู่หลายราย ส่วนผลประกอบการคาดว่าจะไปพีคใน 4Q69
BH [BUY]
- เป้าหมาย: 196.00 / 200.00 แนวรับ: 192.00 / 193.00
- ปัจจัยฤดูกาลสนับสนุน: จำนวนนักท่อง เที่ยวจาก 1) ตะวันออกกลางเดินทางเข้ามาไทยต่อเนื่องที่ 1.2 แสนคน (+15% y-y) โดย UAE (+48% y-y), Saudi Arabia (+24% y-y), Qatar (+4% y-y) แม้ว่า Kuwait จะลดลง (-32%y-y)2) การฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และ 3) ความต้องการรักษาโรคซับซ้อนสูงที่ยังคงแข็งแกร่ง
- การส่งต่อผู้ป่วยต่างชาติยังมี Upside แต่กรอบเวลายังไม่แน่นอน: BH อาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการส่งต่อผู้ป่วยต่างชาติ (GOP) โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดหลักของ BH และมีโอกาสต่อยอดจากความร่วมมือกับรัฐบาล Iraq ซึ่งเคยทำ MOU ไว้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอน เราจึงมองว่าอาจเป็นรายได้ส่วนเพิ่ม









