บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
C.P. Axtra PCL (CPAXT.BK/CPAXT TB)
เริ่มเปิดโครงการ Happitat (Neutral‧Maintained)
Event
Site visit โครงการ Happitat และ อัพเดตแนวโน้มบริษัท
Impact
โครงการ Happitat จะเป็น flagship ของ Happy Mall
CPAXT เริ่มเปิดโครงการ “The Happitat” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ภายใต้แนวคิด “Happiness-Led Destination” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกช่วงชีวิต โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 1.5 หมื่นล้านบาท โครงการนี้แบ่งเป็นสามตึกหลัก (Bloominas/ Wonderwild/ Festie town) มีพื้นที่ค้าปลีกรวมประมาณ 43,000 ตรม. (อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 70% ในปีนี้ และ ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 85% ในปี 2570) และมีพื้นที่สำนักงานรวมประมาณ 24,000 ตรม. (อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 40%) บริษัทคาดว่าโครงการนี้จะดึงดูดลูกค้าในประเทศ และ ต่างประเทศโดยตั้งเป้าว่าจะจะมีผู้มาใช้บริการ ~19 ล้านคน/ปี นอกจากนี้ CPAXT ยังคาดว่าโครงการนี้จะเป็น flagship ของ Happy Mall โดยจะมีการนำข้อมูล/ผลการวิจัย/ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ไปประยุกต์ใช้กับห้างอื่น ๆ ที่จะเกิดตามมาในอนาคตด้วย ทั้งนี้ บิรษัทยังคงคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากโครงการนี้ 500 ล้านบาทในปีนี้ (สอดคล้องกับประมาณการในปัจจุบันของเรา)
ตั้งเป้ากำไรเพิ่มขึ้นจาก TFP ในปี 2570F
ในการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ The Food Purveyor Sdn. Bhd. Group (TFP) นั้น ราคาสุดท้ายอยู่ที่ MRR1,597 ล้าน (~13,095 ล้านบาท) โดย 80% ของแหล่งเงินทุนจะมาจากสินเชื่อธนาคาร ทั้งนี้ เนื่องจากคาดว่าตลาด supermarket กลุ่ม premium จะโต 10% (เกินกว่าอัตราการเติบโตของกลุ่ม hypermarket ที่ 4%) บริษัทจึงคาดว่ายอดขายของ TFP จะคิดเป็นประมาณ 4% ของยอดค้าปลีก และ จะหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้นจากปี 2570 เป็นต้นไป ถึงแม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผย synergy จากดีลนี้แบบเฉพาะเจาะจง แต่บริษัทคาดว่าการแบ่งปันความรู้ และ การเข้าไปจับตลาด supermarket จะช่วยหนุนกิจการในภาพรวมของบริษัทในมาเลเซีย
ผลประกอบการดูน่าสนใจน้อยลงในไตรมาสหน้า
เรายังคงมองว่ากำไรของ CPAXT จะน่าสนใจลดลงในไตรมาสที่สาม เนื่องจาก i) จะได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล (ไทยช่วยไทยพลัส) และ ii) มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะ omni-channel platform และ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Happitat ในขณะเดียวกัน ไตรมาสที่สี่ซึ่งตามปกติจะเป็นช่วง peak ตามฤดูกาลอาจจะถูกกระทบจาก i) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการ และ ii) รับรู้ค่าใช้จ่ายจากโครงการ Happitat เต็มไตรมาส ซึ่งน่าจะทำให้กำไรลดลง YoY ทั้งในไตรมาสที่สาม และ สี่ ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2569 เอาไว้ที่ 8.8 พัน ลบ.
Valuation
เรายังคงแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 15.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก –2.0 S.D.)
Risk
เศรษฐกิจชะลอตัว, ราคาสินค้าเกษตรลดลง, ขยายสาขาได้ช้ากว่าที่คาดไว้, disruption ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ทางการ และ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการในต่างประเทศ








