เก่งหลังเกมส์
SET Index ปรับลง – 2.4 จุด ปิดตลาด 1566.5 จุด จากประเด็น MSCI Rebalance พ.ค. 26 มีผลราคาปิดวันนี้ คาดไทย Net Outflow -80 ล้านเหรียญฯ แม้จะมีข่าวสหรัฐและอิหร่านขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน หนุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสงครามยุติและราคาน้ำมันปรับลงกลับมา Outperform ตลาดนำขึ้นหลักๆคือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาจาก DELTA กลุ่มขนส่ง, โรงไฟฟ้า,ปและกลุ่มการเงิน
อย่างไรก็ตามดัชนีปรับขึ้นจำกัดเนื่องจากมีกลุ่มที่กด คือ กลุ่มที่อิง ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงกดดันจิตวิทยาการลงทุนของหุ้นในกลุ่มน้ำมัน, โรงกลั่นและปิโตรเคมี ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น คือ
BA 2.6%
กลุ่มสายการบินปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก นักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตั้งแต่ กลาง พ.ค. 26 และภาพสงครามตะวันออกลาง De-escalation และประเด็นสำคัญคือ ราคาน้ำมันดิบโลกและราคาน้ำมันดิบ Jet ปรับลงต่อเนื่อง และมีโอกาสแกว่งลงต่อในช่วงที่เหลือของปี บวกต่อสายการบินในฝั่งต้นทุน โดยในเชิงกลยุทธ์ เน้น THAI จุดเด่น คือมีโอกาสเข้า SET50 หนุนเม็ดเงินใหม่เข้าหนุน 3) EV/EBITDA อยู่ 7-8 เท่า เป็น Valuation กรอบล่างธุรกิจสายการบิน Full Serive โลก THAI (TP Con-7.62)
PTTEP – 1.7%
มีจิตวิทยาลบตามทิศทางราคาน้ำมันดิบมีโอกาสแกว่งตัวลง ในช่วงที่เหลือของปี หลังจากภาพสงครามตะวันออกลาง De-escalation กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานมีโอกาสอ่อนตัวลง ในระยะถัดไป แนะนำ ชะลอการลุงทน
BH+1.1%
ปัจจัยหนุนมาจากมุมมองบวกต่อบริษัท คือ 1) รายได้ตะวันออกกลางฟื้นตัวดีหลังรอมฎอน ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตั้งแต่ กลาง พ.ค. 26 และ De-escalation ที่รุดหน้าหนุนต่อ 2) หุ้นปรับฐานลึก -12.3% vs ก่อนสงคราม SET +2.3% 3) หุ้น Value PER26F = 18.8x (AVG -1.0SD) ยังมุมมองบวกจากภาพเป็นหุ้นที่ได้ประน์จากสงครามคลายตัว BH (TP26F-210)
BBL 0.58% KBANK 1.01%
กลุ่มธนาคาร ประเมินปัจจัยหนุนจาก GDP ไทย 1Q26 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 2Q26 -2H26 เด่น และ มุมมองวงจรดอกเบี้ยไทย : SS ประเมิน ดอกเบี้ยขาลงสิ้นสุดแล้ว” คาด กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไทยที่ 1.0% ในปี 2026 ทำให้ผลประกอบการที่ถูกแรงกดดันจาก NIM KSS คาดว่าจะเริ่มลดลง บวกต่อกลุ่มธนาคาร ผสานกับเป็นกลุ่มที่ เป็นเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติ เน้น KBANK และ KTB








