IRAN ระบุขอไม่เจรจากับสหรัฐฯ กดดันน้ำมันดิบบวกแรง ระยะสั้น อาจเป็นลบกับการลงทุน

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดบวก 46 จุด (+0.1%) แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามหลัง IRAN ระบุไม่ขอเจรจากับสหรัฐฯ แต่นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับผลประกอบการมากกว่า ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.2% หลัง IRAN ไม่เจรจากับสหรัฐฯ เพราะไม่พอใจที่อิสราเอลถล่มเลบานอน

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

บรรยากาศโดยรวมยังคงสดใสอย่างวานนี้หุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นมองว่าตลาดให้น้ำหนักกับสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ค่อยๆผ่อนคลาย สอดคล้องกับ US Bond Yield ที่ลด นอกจากนี้การเติบโตของหุ้น Tech เช่น Semiconductor หรือ Hyperscalers ยังคงทำผลประกอบการได้ดี ฝั่งเศรษฐกิจรายงานตัวเลข PMI ภาคผลิตพบว่ามากกว่าตลาดคาดการณ์และมีรายงานจากฝั่ง IRAN ว่าจะยุติการเจรจากับสหรัฐฯเพื่อเป็นการต่อต้านที่อิสราเอลโจมตีเลบานอน พร้อมยืนยันปิด HORMUZ และช่องแคบ BAB EL MAN DEB กดดันราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นแรงถึง 6% ซึ่งหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้อาจกดดันเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยรวมไปถึงตลาดหุ้น

ปัจจัยในประเทศ

วานนี้เป็นวันแรกที่เริ่มโครงการไทยช่วยไทยพลัสพบว่ามียอดใช้จ่ายวงเงินรวม 170 ล้านบาท มองเป็นปัจจัยหนุนต่อกลุ่มอิงการบริโภคและสินเชื่อรายย่อย เมื่อประกอบกับทิศทางเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง ยิ่งเป็นปัจจัยหนุนสินเชื่อรายย่อย วันศุกร์ผ่านมาพบว่า SET มีการนำ HANA เข้าเกณฑ์ CB ระยะสั้นอาจเห็นแรง ทำกำไรออกมา

วันนี้คาด SET กรอบ 1555 – 1580 อาจมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าระยะสั้นท้ายที่สุดจะหาทางจบลงได้ กลยุทธ์การลงทุนอาจเลือก Trading พลังงานและปิโตรเคมี (PTTEP PTTGC) แต่ Anti Oil หากปรับลงยังมองเป็นโอกาส ค้าปลีก (CPALL CPN) สายการบิน (BA THAI) การเงิน (MTC SAWAD)

TOP PICK

CPALL ซื้อ ราคาเป้าหมาย 61 Bt

ยอดขายต่อบิลเพิ่มขึ้น YoY ที่ระดับ 90 บาทต่อบิล ใน 1Q26 จาก 88 บาทต่อบิล ใน 1Q25

SCB ซื้อ ราคาเป้าหมาย 140 Bt

มองว่า SCB จะสามารถจ่ายเงินปันผลสูงที่ 80% ของกำไร และให้คาดผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 7.9%/8.1% ในปี 2026-27

- Advertisement -