บล.ฟิลลิป:
BANK SECTOR
มาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่ กระทบกำไรไม่มาก
ธปท. ออกมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่ของกลุ่มธนาคาร
ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นภาระเกินสมควร โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ซึ่งจะทำให้การเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินพื้นฐานของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการยิ่งขึ้น โดยค่าธรรมเนียมที่ปรับมีดังนี้
-
ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว และมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)
-
ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต
-
ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
-
ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้แก่ ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee) ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา และค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (cancellation fee)
TISCO มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมมากที่สุด แต่ธนาคารที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ KBANK และ SCB แต่ก็กระทบไม่มาก
หากพิจารณาจากสัดส่วนรายได้ของกลุ่มธนาคาร ณ 1 Q69 TISCO จะเป็นธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมมากที่สุดที่ 24.8% ของรายได้ทั้งหมด ตามมาด้วย KBANK KKP และ SCB ที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมต่อรายได้ทั้งหมดเท่ากันที่ 23.5% แต่ TISCO และ KKP นั้นรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่งนั้นเป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจตลาดทุน ทำให้เรามองว่าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับมาตรฐานค่าธรรมเนียมในครั้งนี้มากที่สุดคือ KBANK และ SCB (Fig. 1) อย่างไรก็ตามค่าธรรมเนียมที่ปรับในครั้งนี้ปกติก็เป็นค่าธรรมเนียมที่มูลค่าไม่มาก และบางรายการในบางธนาคารก็เป็นค่าธรรมเนียมที่ทางธนาคารไม่ได้เรียกเก็บอยู่แล้ว ทำให้ทาง ธปท. คาดว่าจะมีผลกระทบกับกำไรของกลุ่มธนาคารไม่มาก เพียง 1.5 – 2% เท่านั้น
ยังไม่มีการปรับประมาณการ คงน้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาด” และเลือก KBANK เป็น Top pick
การปรับมาตรฐานค่าธรรมเนียมในครั้งนี้อาจจะกระทบกับ Sentiment การลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารบ้าง โดยเฉพาะ KBANK และ SCB ที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมมากกว่ากลุ่ม อย่างไรก็ตามมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบระยะสั้น เนื่องจากผลกระทบกับกำไรมีไม่มาก เราจึงยังไม่มีการปรับลดประมาณการกำไรของกลุ่มธนาคารลงแต่อย่างใด และยังคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารไว้ที่ “ลงทุนเท่ากับตลาด” ตามเดิม โดยยังคงเลือก KBANK (ราคาพื้นฐาน 208 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มเนื่องจาก KBANK เป็นเจ้าตลาดสินเชื่อ SME ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจะได้รับการช่วยเหลือจากนโยบายรัฐมากที่สุด นอกจากนี้เรายังคาดว่า KBANK จะเป็นธนาคารที่มีการจ่ายปันผลสูงที่สุดในกลุ่มด้วย








