ลุ้นฟื้นตัวรับคลายกังวลตะวันออกกลาง / 1,560-1,575
คาด SET Index ฟื้นตัว: แรงหนุนจากความคลายกังวลในระยะสั้นต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประกอบกับคาด SET Index จะได้แรงหนุนจากการเก็บสะสมหุ้นรับมาตรการภาครัฐและหุ้นที่ Outlook ดีใน 2Q69 อีกทั้ง ยังมีแนวโน้มได้ Sentiment หนุนเพิ่มเติมจากการเดินทางไปเวียดนามของนายกฯไทย
กลยุทธ์การลงทุน
1) นายกฯไทยไปเวียดนาม: AMATA, BBL, BGRIM, CPF, CPN, CRC, GULF, KBANK, SCC, SCCC, WHA
2) ไทยช่วยไทย: AEONTS, BEM, CBG, CENTEL, CPALL, ERW, KBANK, KTB, KTC, MINT, SCB, TIDLOR, TNP, TRUE
3) Outlook ดีใน 2Q69: OR, OSP, SPALI, SIRI, STECON
4) คาดเข้า SET50/100: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀
- อิสราเอล-อิหร่านยุติการโจมตี: คาด SET Index จะฟื้นตัวในวันนี้เนื่องจากนักลงทุนมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะ Risk-on สวนทางกับการ Risk-off วานนี้ ท่ามกลางความคลายกังวลในระยะสั้นต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง CNBC รายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงในวันนี้ว่ากองทัพอิหร่านได้ยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว ซึ่งแถลงการณ์ข้างต้นมีขึ้นหลังจากที่ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิสราเอลและอิหร่านยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที ด้านอิสราเอล นายกฯเบนจามิน เนทันยาฮู เผยว่าอิสราเอลจะระงับการสู้รบกับอิหร่านเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ปธน.อิหร่านได้เผยว่าอิหร่านยังคงยึดมั่นต่อแนวทางในการป้องกันประเทศและการทูต โดยไม่ได้ละทิ้งทั้งสนามรบและโต๊ะเจรจา ซึ่งนับเป็นการกระตุ้นความหวังในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และจากภาพทั้งหมดทั้งมวลข้างต้นยังส่งผลให้ราคาพลังงานลดช่วงบวกลง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ ซึ่งเปิดมาอยู่ที่ $91.36 ต่อบาร์เรล เปรียบเทียบกับ High ของวานนี้ที่ $95.29 ต่อบาร์เรล (ในทางกลับกันเรามองภาพข้างต้นเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน)
- โอกาสเก็บสะสมหุ้นที่ร่วงลงวานนี้: ด้วยภาพที่ SET Index วานนี้ปรับตัวลงไป 20.92 จุด หรือคิดเป็น -1.32% ส่งผลให้เรามองเป็นโอกาสในการเก็บสะสมหุ้นพื้นฐานดีหรือหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนที่น่าสนใจ หากแต่ปรับตัวลงเพราะ Sentiment จากภายนอก โดยในบริบทนี้เรามองกลุ่มที่น่าสะสมออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ หุ้นรับมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งในช่วง 7 วันแรกของการใช้สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 7 มิ.ย.69 เวลา 23.00 น.) สศค.เผยว่ามียอดการใช้จ่ายในโครงการแล้ว 17,834 ล้านบาท ส่วนอีกกลุ่มที่เรามองว่ามีความน่าสนใจ คือ หุ้นที่มี Outlook ผลการดำเนินงานที่ดีใน 2Q69 นอกจากนี้ จากการที่นายกฯอนุทินของไทยและคณะฯได้เดินทางไปเวียดนามในวันที่ 8-9 มิ.ย.69 เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจ พร้อมผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับเวียดนาม ส่งผลให้เรามองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อบจ.ที่มีการเข้าหารือกับคุณอนุทินที่เวียดนาม หรือมีการดำเนินธุรกิจในประเทศข้างต้น
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) กรมบัญชีกลางเผยผลการเบิกจ่ายงบฯปี 2569 และงบเหลื่อมปีฯ ในช่วง 8MFY69 (ตั้งแต่ 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69) มีการเบิกจ่ายเงินสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 2.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 8.36% y-y
(+) ส.อ.ท.เปิดเผยภาพรวมแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมไทยในช่วง 2Q69 พบหลายอุตฯยังมี ทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงหนุนทั้งตลาดส่งออก ความต้องการภายในประเทศ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ
(+) PwC ระบุว่าการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2567 เป็น 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2593
(-) ตลท.ประกาศผลคัดเลือกหุ้นใน FTSE SET Index Series รอบเดือน มิ.ย.69 โดย DIF เข้า FTSE SET Large-Cap Index แทนที่ CPAXT ส่วน FTSE SET Mid-Cap Index มีหุ้นเข้าได้แก่ FTREIT และ MRDIYT ส่วนหุ้นออก ได้แก่ ACE, TIPH, DIF, DOHOME, DCC, GFPT, JAS, PTG, THANI, SAPPE และ SISB
Picks of the day
AMATA (BUY)
-
เป้าหมาย: 27.00 / 27.50 แนวรับ: 24.80 / 25.25
-
Sentiment กลุ่มนิคมยังแข็งแรง: ภาพตลาดกลุ่มนิคมยังคงแข็งแรงและดีต่อเนื่องจากกระแสการลงทุนที่เข้ามา โดย FDI ทั้งไทยและเวียดนามใน 1Q69 มีมูลค่าลงทุนที่สูงขึ้น +43%y-y และ +240%y-y ตามลำดับ ในไทยโดดเด่นในธุรกิจ Data center ส่วนเวียดนามโดดเด่นธุรกิจภาคการผลิตและแปรรูป
-
AMATA แนวโน้มกำไร 2Q69 สูงขึ้น y-y: ด้วย Backlog ที่สะสมมาในระดับสูงตั้งแต่ต้นปี ทำให้ยอดโอน 1Q69 สูงขึ้น y-y และคาดว่าแนวโน้ม 2Q69 ยอดโอนยังสูงขึ้น y-y ในทิศทางเดียวกัน (จากฐานปีก่อนที่ต่ำ) มองแนวโน้ม 2Q69 กำไรสูงขึ้น y-y ได้ต่อเนื่อง
SCC (BUY)
-
เป้าหมาย: 239 / 243 แนวรับ: 226 / 230
-
ปรับพอร์ตการลงทุนเสริมสภาพคล่อง: บริษัทแจ้งว่าได้จำหน่ายหุ้นใน PT Chandra Asri Pacific Tbk หรือ CAP ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในอินโดนีเซีย จำนวน 14.86% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 24,900 ลบ. เรามองเป็นบวกต่อราคาหุ้น โดยจะมีกระแสเงินสดเข้ามาประมาณ 21 บาท/หุ้น ซึ่งบริษัทจะนำไปลดภาระทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันมี Net debt to EBITDA อยู่ที่ 5 เท่า รวมถึงช่วยสนับสนุนการลงทุนในโครงการเพิ่มการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ที่ประเทศเวียดนาม
-
ปัจจัยภายนอกช่วยหนุน: ปัจจัยภายนอกช่วยหนุน ทั้งจากภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มีอุปทานลดลง ช่วยหนุนการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถกลับมาขนส่งวัตถุดิบผ่านทางช่องแคบ Hormuz ได้ตามปกติ และกลับมาเดินเครื่องโรงงานที่ระยองได้อีกครั้ง








