KS Daily View 11 มิ.ย. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,550-1,580 จุด แรงกดดันจากประเด็นตะวันออกกลาง ความกังวลเงินเฟ้อ และแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ดังนั้นยังแนะเพิ่มความระมัดระวัง โดยหุ้นวันนี้แนะนำ CHG, CRC
การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,563.59 ลดลง 20.55 จุด (-1.30%) แรงขายมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นไทยสุทธิเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันอีก 1,899 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,550-1,580 จุด ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกคาดยังอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยแรงกดดันจากทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมากขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และตำหนิอิหร่านที่ชะลอการเจรจาข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว หนุนราคาน้ำมันดิบ Brent +2.5% กระตุ้นความกังวลต่อประเด็นเงินเฟ้อมากขึ้น ผสานกับการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI & Core CPI เมื่อคืนที่เร่งขึ้นสู่ระดับ 4.2%, 2.9% ตามลำดับ สูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเร็วของ FED ได้ นอกจากนี้ตลาดยังมีแรงขายหุ้นกลุ่ม Tech ต่อเนื่อง จากทั้งประเด็น Valuation และเม็ดเงินทีไหลออกไปรอลงทุนหุ้น IPO ตัวใหม่ เช่น SpaceX ในสัปดาห์นี้ และ Meta, OpenAI และ Anthropic ในอนาคต เป็นแรงกดดันเพิ่มเติม
ดังนั้นกลยุทธ์กลยุทธ์ยังคงเน้นเพิ่มความระมัดระวัง โดยเน้นย่อตั้งรับหุ้นที่มี Downside ต่ำ โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CHG, CRC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ธปท.ยืนยันยังไม่มีความจำเป็นต้องเรียกประชุม กนง. นัดพิเศษ เนื่องจากค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพและฐานะต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง แม้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยเงินบาทอ่อนค่าเพียง 5.4% เทียบกับรูเปียห์อินโดนีเซียที่อ่อนค่ากว่า 8% เป็น Sentiment บวกต่อ SET เนื่องจากลดความกังวลต่อการใช้นโยบายการเงินฉุกเฉิน พร้อมสะท้อนเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของไทยที่ยังแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
- กกพ.เลื่อนการตัดสินใจเลือกโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานใหม่สำหรับบ้านอยู่อาศัยออกไปเป็นวันที่ 17 มิ.ย. หลังผลรับฟังความคิดเห็นกว่า 600 รายพบว่าเสียงแตก โดยกว่า 60% มีความเห็นหลากหลายและอีก 40% ไม่เลือกสูตรใดเลย ทำให้ต้องพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟทุกกลุ่ม หากได้ข้อสรุปสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในรอบบิลเดือน ก.ค. 2569 แต่หากยังไม่มีข้อยุติอาจต้องเลื่อนออกไปอีก
- รองนายกฯ เอกนิติผลักดันแนวคิดให้ไทยและเวียดนามเปลี่ยนจาก “คู่แข่งขัน” เป็น “หุ้นส่วนการเติบโต” ผ่านยุทธศาสตร์ Three Connects ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และการเติบโตสีเขียว พร้อมเร่งความร่วมมือใน 5 อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัลและ AI อาหารและเครื่องดื่ม ท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการเชื่อมโยงระบบการเงินผ่าน PromptPay-VietQR และการใช้สกุลเงินบาท-ดองในการชำระเงินเพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม พลังงานสะอาด ดิจิทัล และธนาคารที่มีธุรกรรมข้ามพรมแดน (AMATA, WHA, GULF) จากโอกาสการลงทุนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย–เวียดนามที่เข้มข้นขึ้นในระยะยาว
- นายกฯ อนุทินหารือร่วมกับหอการค้าไทยเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐและเอกชน โดยย้ำบทบาทรัฐบาลในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านผ่านคณะผู้แทนทางการค้าอย่างเป็นทางการ พร้อมผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-เวียดนามจาก “คู่แข่ง” สู่ “คู่ค้า” เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ในภูมิภาคอาเซียน เป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ค้าปลีก และผู้ประกอบการที่มีการลงทุนในอาเซียน (AMATA, WHA, CRC, CPALL) จากโอกาสขยายตลาดและการลงทุนข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
CHG: ราคาพื้นฐาน 1.59 บาท
- ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 1.59 บาท จากแนวโน้มกำไรฟื้นตัวดีขึ้น ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติ การเปิดด่านแม่สอด และโอกาสปรับขึ้นรายได้ประกันสังคม (SSO)
- แนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งขึ้น รายได้ SSO และ NHSO ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยเมียนมากลับมาใช้บริการมากขึ้นหลังเปิดด่านชายแดน ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไร
- Valuation น่าสนใจและมี Upside เพิ่มเติม ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 15.7 เท่า พร้อม Dividend Yield ราว 5% และหากค่าหัวประกันสังคมเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2570 จะเพิ่มมูลค่าพื้นฐานได้อีกประมาณ 9% เป็น 1.73 บาทต่อหุ้น
CRC: ราคาพื้นฐาน 23.30 บาท
- คาด SSSG กลับมาเป็นบวกจากกลุ่มอาหารและฮาร์ดไลน์ ขณะที่ GPM ยังขยายตัว YoY แม้ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไร 2Q26 คาดเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ ตามฤดูกาล
- คาดการบริโภคในช่วง 3Q26 คาดขยายตัว โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.3 บาท มอง CRC เป็นหุ้นฟื้นตัวจาก SSSG ที่ดีขึ้น การขยายสาขา และการเติบโตในเวียดนาม โดยคาดกำไรโต 8%, 11.2% และ 15.4% ในปี 2569-71 ตามลำดับ ขณะที่ PER ปี 2569 เพียง 15 เท่า (-1SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอดีต)
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ดัชนี US PPI เดือน พ.ค., ดัชนี US Core PPI เดือน พ.ค. และการประชุม ECB คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
- วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US จาก ม.มิชิแกน เดือน มิ.ย.








