บล.กสิกรไทย:
SC คาดผลการดำเนินงานดีขึ้นตั้งแต่ 2Q69 เป็นต้นไป
- คอนโดมิเนียมจะเป็นตัวขับเคลื่อนการฟื้นตัวในปี 2569 เราคาดว่ากำไรของ SC จะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป หนุนจาก backlog คอนโดมิเนียมมูลค่า 1.57 หมื่นลบ. ที่ยกมาจากไตรมาส 1/2569 ซึ่งมีจำนวน 4.3 พันลบ. ที่มีกำหนดโอนในช่วงไตรมาส 2–4/2569 นอกจากการเติบโตของรายได้แล้ว โครงการดังกล่าวยังมาพร้อมกับอัตรากำไรที่สูงขึ้นอีกด้วย คอนโดมิเนียมหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน ได้แก่ COBE เกษตร-ศรีปทุม และ COBE รัชดา-พระราม 9
- ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงเผชิญความท้าทาย ภาวะอุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลยังคงกดดันตลาดแนวราบ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจที่อยู่อาศัยลดลงมาอยู่ที่ 24.9% ในไตรมาส 1/2569 เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2564–2568 ที่ 29.0% แม้ว่าคอนโดมิเนียมจะเผชิญสถานการณ์เดียวกัน แต่สินค้าที่อยู่อาศัยแนวราบมีอัตรากำไรที่อ่อนแอกว่าคอนโดมิเนียม
- ผลิตภัณฑ์แนวราบซีรีส์ใหม่จะช่วยหนุนโมเมนตัมในช่วงครึ่งหลังปี 2569 SC กำลังตอบสนองด้วยการทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น และเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ 8 ซีรีส์ภายในโครงการเดิม ซึ่งออกแบบจากผลสำรวจลูกค้า โดยฝ่ายบริหารคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการขายและสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569
- การเปิดตัวคอนโดขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มยอดขาย โครงการขนาดใหญ่ 2 โครงการในย่านบางโพและพระราม 4 มูลค่า 1.1 หมื่นลบ. และ 1.45 หมื่นลบ. ตามลำดับ มีกำหนดเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งจะช่วยฟื้นยอดขายได้อย่างมีนัย แม้ว่า SC จะทำได้เพียง 13% ของเป้ายอดขายในไตรมาส 1/2569 ทั้งนี้ SC ยังคงเป้ารายได้ปี 2569 แม้ว่าจะทำได้เพียง 12% ของเป้ารายได้ในไตรมาส 1/2569
- รายได้ประจำเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทน รายได้ประจำเพิ่มขึ้น 80% YoY ในไตรมาส 1/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐฯ ขณะที่พื้นที่คลังสินค้ามีกำลังขยายสู่ 2 แสนตร.ม. ภายในสิ้นปี 2569 และยังมีแผนเปิดโรงแรมเพิ่มเติม คาดธุรกิจนี้จะมีสัดส่วน 20–30% ของกำไรรวมในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อม upside จากการขายสินทรัพย์หรือการจัดตั้ง REIT
มุมมอง KS
- แนะ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 2.40 บาท สำหรับ SC แม้ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 จะอ่อนตัว แต่การฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 โดยเฉพาะการโอน backlog คอนโดมิเนียม จะช่วยหนุนให้กำไรปี 2569 เติบโตจากฐานต่ำในปี 2568 ซึ่งคาดจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มราคาหุ้นได้ ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับต่ำเพียง 4.7 เท่า ของ PER ปี 2569 และ 0.31 เท่า ของ PBV ปี 2569 ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2569 ที่ 8.6% ก็มีความน่าสนใจในมุมมองของเรา








