ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

รีบาวด์… แต่คงไม่ไกลนัก

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.06% เนื่องจาก i) ยังคงมีแรงขายปรับพอร์ตในหุ้นธีมเทคโนโลยีโลก ตามประเด็นการเปลี่ยนกลุ่มเล่น (sector rotation) มาที่กลุ่มเศรษฐกิจภายในประเทศ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และ ii) นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอกิจกรรม เพื่อติดตามผลการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) ครั้งสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ฟื้นตัวได้บ้าง แต่คงไม่ไกล… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงค่อนข้างแรง ตอบรับโทนของผลการประชุมเฟดที่ค่อนข้างแข็งกร้าว (hawkish) เนื่องจากเฟดปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ core PCE ปี 2569 เป็น 3.3% (เดิม 2.7%) และส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569… โดยหากอิงเฟดฟันด์ฟิวเจอร์เช้านี้ ตลาดให้น้ำหนักกว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. 2569 ii)… ในด้านบวก เช้านี้สหรัฐฯ และอิหร่าน ลงนาม MoU สันติภาพแล้วทางอิเล็กทรอนิกส์ และจะพบปะกันในวันที่ 19 มิ.ย. ทั้งนี้อิหร่านเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที และเรื่องนี้น่าจะมีน้ำหนักหักล้างปัจจัยลบจากเรื่องดอกเบี้ยเฟดได้

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… เมื่อวานนี้ ตลท. ประกาศรายชื่อหุ้นเข้า/ออก ดัชนี SET50 ครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งมีหุ้น 4 ตัวเข้า SET50 ได้แก่ BCP*, MRDIYT, TFG และ THAI และหุ้นที่ถูกถอดออกได้แก่ BTS*, CBG*, CENTEL* และ SAWAD* ทั้งนี้ลิสต์หุ้นเข้า/ออกดังกล่าว เป็นไปตามที่ทีมวิเคราะห์ข้อมูลของเราคำนวณไว้

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )

เก็งกำไร MRDIYT, SPA, WHA*

MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway ในกรอบฯ ล่าสุดเริ่มฟื้นจากแนวรับ ประเมินแนวรับ 9.05 บาท / แนวต้าน 9.45 – 9.65 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 9.8 บาท (Stop loss 8.8 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเข้า SET50 ต่อจาก MSCI และ FTSE ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศ MRDIYT เข้าคำนวณในดัชนี SET50 สำหรับรอบ 2H69 (มีผลสิ้นเดือนนี้) ต่อจากการเข้าคำนวณ MSCI และ FTSE SET Mid-Cap Index คาดหนุนเม็ดเงินลงทุนนักลงทุนสถาบัน ขณะที่เป็นหุ้นมี Free float รายย่อยไม่มาก (เพียงแค่ 20.7%) 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE +/-18 เท่า (ใกล้ -2SD ของกลุ่มค้าปลีกที่ 18.6 เท่า)

SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นตัว หลังสร้างฐาน ขณะที่เกิดสัญญาณ Bullish divergence (MACD RSI ฟื้นก่อนราคา) ประเมินแนวรับ 3.12 บาท / แนวต้าน 3.24 – 3.36 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-3.56 บาท (Stop loss 3.0 บาท) 2) ประเมินนักท่องเที่ยวฟื้นตัวหนุนผลการดำเนินงาน 2Q69 ฟื้นตัวต่อ สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลง คาดหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นลูกค้าหลักของ SPA ล่าสุดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน 2Q69 ให้ยังเติบโตในระดับ Mid-single digit ดีต่อเนื่องจาก 1Q69 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-17 เท่า (ยังต่ำกว่า -1 SD ที่ราว 20 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้จะเริ่มกลับมาโตได้ +30% YoY หลังลดลง YoY มาหลายปีติดต่อกัน

WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway มีโอกาส Break จุดสูง ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 5.0 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท กรณี Break กรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.9 บาท (Stop loss 4.9 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากทั้งยอดขายที่ดินนิคมฯที่จะเร่งตัวขึ้น + รายได้สาธารณูปโภคที่จะเพิ่มขึ้นจาก Data center เราประเมินยอดขอ BOI สะสมที่สูงราว +3 ล้านล้านบาท จะเป็น Sentiment บวกต่อแนวโน้มยอดขาย + ยอดโอนที่ดินนิคมฯของ WHA* ขณะที่การเร่งลงทุนด้าน Data center และการปลดล็อค Direct PPA (ขายไฟตรงเข้า Data center) จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานของธุรกิจสาธารณูปโภค (Non-IE) ของ WHAUP* … WHA* ถือหุ้น WHAUP* 70.45% 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 14.6 เท่า (ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 15.4 เท่า) Dividend yield 4.1%

หุ้นมีข่าว

(+) คมนาคมตั้งฟิวเจอร์ฟันด์ ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า (ข่าวหุ้น) ชงตั๋วร่วมไม่เกิน 45 บาท เข้าครม.เร็ว ๆ นี้ เริ่มใช้ปี 70 “คมนาคม” จ่อเสนอตั้ง “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ระดมทุนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทั้งสายสีชมพู-สีเหลือง ของ BTS* และสายสีน้ำเงิน และสีส้ม ของ BEM* เสร็จก่อนปี 70 ล่าสุดเตรียมเสนอ ครม.เห็นชอบอัตราค่าโดยสารตั๋วร่วม 17-45 บาท จ่ายค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว พร้อมโอนสายสีเขียว-ทอง ให้ รฟม.บริหาร ด้าน โบรกฯ อัพเป้าราคา BEM* ขึ้น 7.20 บาท รับนโยบายซื้อคืนรถไฟฟ้าและโครงการทางพิเศษชั้นที่ 2 ส่วนบีทีเอส ราคาเป้าหมาย 4 บาท

(+) BDMS* ไฟเขียวเพิ่มงบ 5,455 ล้าน ลงทุนโครงการมิกซ์ยูส 2.9 หมื่นล. (ข่าวหุ้น) บอร์ด BDMS* อนุมัติต้นทุนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส “BDMS Silver Wellness & Residence” พร้อมไฟเขียวเพิ่มงบลงทุน 5,455 ล้านบาท เป็น 29,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จให้บริการในปี 73

(+) MEDEZE ธนาคารเซลล์รุ่ง โกยมาร์เก็ตแชร์เกิน 80% (ทันหุ้น) MEDEZE คาดมาร์เก็ตแชร์ธนาคารเซลล์พุ่งเกิน 70-80% ภายในปีนี้ หลังได้รับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นรายแรก เผย 1 กรกฎาคมนี้ เตรียม MOU กับองค์การเภสัชกรรม ตั้งบริษัท GPO MEDEZE Empower ผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์ เพื่อลดต้นทุนผลิต ย้ำเป้ารายได้ปีนี้ 1 พันล้านบาท

(+) เปิดประมูลปิโตรอันดามัน ซื้อไฟโซลาร์ครัวเรือนมิ.ย. (ทันหุ้น) กระทรวงพลังงานจ่อประกาศ “เปิดประมูลสัมปทานแหล่งปิโตรเลียม ฝั่งอันดามัน-ร่างแผน PDP เสร็จ” กันยายนนี้มองไทยมีศักยภาพเป็นฮับ LNG อาเซียน เล็งขยาย LNG Terminal 3 ส่วนเดือนนี้เตรียมรับซื้อไฟโซลาร์รูฟครัวเรือน

(0) CLICX กดปุ่มศึก Virtual Bank SCB*-CP ต่อคิวบุกตลาด จับตาเกมวัดพลัง Data (ข่าวหุ้น) KTB*-ADVANC*-OR* พร้อมเปิด “CLICX” แบงก์ไร้สาขารายแรกในไทย 19 มิ.ย.นี้ ก่อนกลุ่ม SCB* และ ACM ในเครือซีพีตามเข้าสู่สนามแข่งขันภายในสิ้นปี 69 ขณะที่ KKPS ประเมินช่วงแรกยังต้องแลกกับผลขาดทุน มั่นใจผู้ชนะจะเป็นรายที่ใช้ข้อมูลลูกค้า และระบบนิเวศธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 15.9 บาท)

  • BGRIM (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 15.9 บาท)

  • MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) แนวรับ 23.7 บาท / แนวต้าน 25 – 26 บาท (Trailing stop 23 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนวรับ 35.25 บาท / แนวต้าน 37 – 38 บาท (Stop loss 35 บาท)

  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 64.75 บาท / แนวต้าน 67 – 68.75 บาท (Stop loss 63.25 บาท)

  • SCGP\ onboarding* (เป้าพื้นฐาน 28 บาท) แนวรับ 24.7 บาท / แนวต้าน 26.25 – 27.0 บาท (Stop loss 24.4 บาท)

  • KGEN (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.84 บาท / แนวต้าน 1.97 – 2.1 บาท (Stop loss 1.75 บาท)

  • KBANK* (เป้าพื้นฐาน 216 บาท) แนวรับ 204 บาท / แนวต้าน 208 – 218 บาท (Stop loss 200 บาท)

  • ADVANC\Target (เป้าพื้นฐาน 422 บาท) แนวรับ 354 บาท / แนวต้าน 366 – 372 บาท (Stop loss 354 บาท)

  • NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) แนวรับ 14.8 บาท / แนวต้าน 15.9 – 16.6 บาท (Stop loss 13.6 บาท)

  • BH* (เป้าพื้นฐาน 210 บาท) แนวรับ 182.5 บาท / แนวต้าน 187 – 195 บาท (Stop loss 176.5 บาท)

  • ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.3 บาท / แนวต้าน 6.6 – 6.85 บาท (Stop loss 6.1 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • MINT* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองที่เป็นบวกต่อธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะที่ยุโรป ขณะที่โรงแรมในไทยและมัลดีฟส์เริ่มทยอยฟื้นตัว และการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร คาดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เริ่มฟื้นตัวใน 2Q69 ทั้งนี้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลงเป็น Sentiment บวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยว ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 28.5 บาท

  • AWC* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 2.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q69 จะฟื้นตัวจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ RevPar ในเดือน เม.ย.-พ.ค. ที่เติบโต นอกจากนี้ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานจะโตเด่นใน 4Q69 ซึ่งเป็นช่วงไตรมาสที่ประเทศไทยมีการจัดงาน Event ขนาดใหญ่จำนวนมาก อย่างไรก็ดียังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 2.5 บาท และ Upside ที่จำกัด จึงคงคำแนะนำ “ถือ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -