บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Osotspa (OSP.BK/OSP TB)*
ราคาหุ้นได้รับรู้ต้นทุนที่กดดันไปมากแล้ว…แนวโน้มเริ่มดีขึ้น
Event
ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายใหม่ท่ามกลางแนวโน้มเชิงบวก
Impact
เรามองว่า OSP กลับมาน่าสนใจอีกครั้งจากพัฒนาการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
i) ต้นทุนที่เคยกดดันสามารถจัดการได้และถูกรับรู้ราคาหุ้นแล้ว เราเชื่อว่าความกังวลด้านต้นทุนได้ถูกรับรู้ในราคาหุ้นไปมากแล้ว โดยเฉพาะจากราคาวัตถุดิบสำคัญ อย่าง อะลูมิเนียม, เม็ดพลาสติก PET และก๊าซธรรมชาติ (Figure 5-8) ลดลงตามความขัดแย้งในอิหร่านที่คลี่คลาย ที่สำคัญคือผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงยังบริหารจัดการได้ โดย OSP คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 2Q69 จะลดลงเพียง 1.0-1.5ppt QoQ จาก 42.5% ใน 1Q69 สะท้อนว่าสามารถบริหารต้นทุนได้แข็งแกร่งและกลยุทธ์การจัดหาวัตถุดิบเชิงรุกดีขึ้น อีกทั้ง บริษัทยังคงเดินหน้ามาตรการประหยัดต้นทุนต่อเนื่อง (ราว 200-400 ลบ.ต่อปี) และเชื่อว่าจนถึงปัจจุบันทำตามแผนเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนได้เพียง 50-60% เท่านั้น ซึ่งหมายถึงยังมีโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกในอนาคต
ii) การดำเนินงานในเมียนมาดีขึ้น เงื่อนไขการนำเข้าสินค้าของธุรกิจในเมียนมาของ OSP ดีขึ้น โดยอัตราการอนุมัติใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น (เช่น ได้รับอนุมัติราว 5 ใบจาก 10 คำขอจากอดีตที่ต่ำกว่ามาก) ทำให้ OSP สามารถตอบรับอุปสงค์เครื่องดื่มชูกำลังในตลาดท้องถิ่นได้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ รายได้ 2H69F จากเมียนมาอาจทรงตัวใกล้เคียงกับ 1H69 ซึ่งถือว่า outperform จากฤดูกาลปกติที่ยอดขาย 2H มักอ่อนตัวลง ด้านยอดขายเครื่องดื่มในต่างประเทศ 2Q69F เราคาดที่ 1.4 พันล้านบาท (-3% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล และ -33% YoY ตามมาตรฐานบัญชี TAS 21)
iii) valuation น่าสนใจ โดยมี upside จากการนำเงินสดกลับประเทศจากเมียนมา OSP เทรด P/E ต่ำเพียง 14x (ใกล้ -2 S.D.) และ dividend yield ~5% กับ ROE อยู่ ~20% เรามองว่า valuation ยังไม่ได้สะท้อน upside จากเงินสดที่ยังไม่สามารถนำกลับประเทศจากเมียนมาได้เต็มที่ โดยดูจากงบลงทุนที่จำกัดและเป็นไปได้ที่จะเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นเมื่อข้อจำกัดในการนำเงินสดกลับประเทศคลี่คลาย ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงจากสงครามอิหร่านคลี่คลายอาจช่วยคงเสถียรภาพค่าเงินจัต (Kyat) และทำให้การนำเงินสดกลับประเทศทยอยดีขึ้นซึ่งจะเป็น upside สำคัญที่ตลาดกำลังรอคอย
ประมาณการเบื้องต้น 2Q69F: ดีกว่าที่เคยคาด
เราคาดกำไรหลัก 2Q69F เบื้องต้นที่ 1.05 พันลบ. (-9% QoQ แต่ +4% YoY) ทำใหกำไรหลัก 1H69F จะอยู่ที่ 2.2 พันลบ. ( +12% YoY) คิดเป็น 62% ของกำไรเดิมปี 2569F ของเรา กำไรหลักที่ลดลง QoQ หลัก ๆ จากยอดขายเครื่องดื่มต่างประเทศ (IB) อ่อนตัวตามฤดูกาล และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันจากต้นทุนบรรจุ ภัณฑ์และก๊าซที่สูงขึ้นตั้งแต่ มิ.ย. 69 เป็นต้นมา แม้ยอดขายเครื่องดื่มในประเทศจะยังแข็งแกร่ง (+4% QoQ และ +12% YoY) หนุนบางส่วนจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และยอดขายกลุ่มดูแลส่วนบุคคล (คาด +5% QoQ และ +3% YoY) ส่วนที่กำไรหลักดีขึ้น YoY จะเป็นเพราะ GPM ดีขึ้นโดดเด่น, สัดส่วนคชจ. SG&A/Sales ลดลงและธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศกลับมาเติบโต
Valuation & action
เราปรับเพิ่มคำแนะนำ OSP ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากถือและปรับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.10 บาท (P/E สูงขึ้นที่ 16x หรือ -1.4 S.D.) จากเดิม 17.00 บาท (P/E ที่ 14x) โดยที่เราปรับเพิ่มกำไรปี 2569-2571F ขึ้น 2-3% บนสมมติฐาน GPM แข็งแกร่งขึ้นและประสิทธิภาพการคุมคชจ. SG&A ดีขึ้น (Figure 2) ปัจจุบันกำไรใหม่ของเราสูงกว่า consensus ราว 2% (เดิมใกล้เคียงกันมาก) ทั้งนี้ เรายังคงชอบ OSP มากที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มของไทย หนุนจากกำไรเติบโตแข็งแกร่ง valuation น่าสนใจและคาด dividend yield สูง ~5%
Risks
การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป







