กำลังเกิดการ Rotate จาก Tech มา ValuePlay ซึ่งหุ้นไทยได้ ประโยชน์

MARKET UPDATE

DJIA เมื่อคืนปิดบวก 594 จุด (+1.1%) ส่วน S&P500 ไม่เปลี่ยน แปลงเป็นเพราะนักลงทุนขายหุ้น Tech และเข้าสู่ Value Stock แม้แรงงานจะต่ำกว่าคาดการณ์ก็ตาม ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.3% นักลงทุนปิดสถานะ Short ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวัน หยุดของสหรัฐฯ โดย Sector ที่ Outperform ได้แก่ Finance Health Retail Trade

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

สหรัฐฯประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 5.7 หมื่นรายต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.14 แสนรายแต่อัตราการว่างงาน ลดลงมาที่ 4.2% จากเดิม 4.3% ตลาดค่อนข้างให้น้ำหนักผ่อน คลายสะท้อนจาก BondYield ปรับลงพร้อมกับ Dollar อ่อนค่า CME FED Watch ประเมินคงดอกเบี้ยถึงเดือน ก.ย. จากเดิม เชื่อว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. แต่ทั้งนี้กลุ่ม Semiconductor อยู่ในช่วงที่ตลาดยังไม่มั่นใจจากการประกาศของ META ผสาน กับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง รอติดตามแถลง Hyperscale ต่อทิศทาง Capex ในช่วง 2Q26 หากยังส่งสัญญาณลงทุน ต่อเนื่องจะดีกับ Semiconductor คืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำ การเนื่องในวัน Independence Day

ปัจจัยในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยยังได้ประโยชน์จากการลดน้ำหนัก Technology เพราะ Sector ส่วนใหญ่เป็น Value Play ผสานวานนี้ต่างชาติ พลิกกลับมาซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท แม้ Valuation ไม่ถูก แต่เชื่อว่าจะไม่ได้ปรับฐานแรงเว้นแต่ว่าจะมีปัจจัยกดดันแรงอย่าง มีนัยยะเข้ามา

วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1585 – 1610 แม้เมื่อคืนหุ้นในกลุ่ม Semi ของสหรัฐฯ จะปรับลงแต่เช้านี้ Kospi ปรับลง ไม่มากนัก (-0.1%) เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นที่ Value Play อาทิ ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) Health (BCH BDMS BH) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL)

TOP PICK

SAWAD ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26 Bt

คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะกลับมาเติบโตที่ 5.5% หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ย สุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อ และ NIM ขยายตัว

MINT ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 Bt

คาดว่า MINT มีโอกาสเกิด valuation re-rating จาก พัฒนาการของกลยุทธ์ Asset-light model

- Advertisement -