บล.ฟิลลิป:
CPAXT คาด 2Q69 กำไรหดตัว q-q และ y-y
ซื้อ TP’69: 17.60
คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q69 หดตัว -24.3% q-q, -7.5% y-y เนื่องจากปัจจัยฤดูกาล ฐานที่สูงในไตรมาสแรก และผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจค้าส่งยังเติบโตได้เล็กน้อยจากอานิสงส์โครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่ช่วยหนุนกลุ่มลูกค้าโชห่วย ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกถูกกดดันจากกำลังซื้อที่เปราะบางและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ปรับลดราคาพื้นฐานเป็น 17.60 บาท เพื่อสะท้อนการ Re-rate PE ตามอุตสาหกรรม มองเป็นโอกาสเข้าซื้อจากราคาหุ้นยังมี Upside และประกอบการที่คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วง 2H69
| งบรวม | 2Q69E | 1Q69 | 2Q68 | % y-y | % q-q | 6M69E | 6M68 | % y-y |
| กำไร | 2,114 | 2,794 | 2,286 | -7.5 | -24.3 | 4,908 | 4,929 | -0.4 |
| EPS | 0.21 | 0.27 | 0.22 | -7.5 | -24.3 | 0.47 | 0.47 | -0.4 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
คาดการณ์กำไร 2Q69 หดตัวลง q-q และ y-y : คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 2,114 ล้านบาท ลดลง 24.3% q-q และลดลง 7.5% y-y โดยลดลง q-q เป็นไปตามปัจจัยฤดูกาลและฐานที่สูงใน 1Q69 และลดลง y-y เป็นผลของอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว,แรงกดดันด้านต้นทุน และกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง
-
Whole sale โตแต่ Retail ถูกกดดัน : คาดธุรกิจ Wholesale (Makro) เติบโตระดับ low single digit ได้รับแรงหนุนจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ทำให้ยอดขายในกลุ่มลูกค้าโชห่วยเพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้ Lucky Frozen เต็มไตรมาส ขณะที่ธุรกิจ Retail (Lotus) คาดติดลบระดับ low single digit จากกำลังซื้อในไทยที่อ่อนตัวและผลกระทบของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ด้านอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงโดยเฉพาะในฝั่ง Retail ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนน้ำมันและพลังงานที่สูงขึ้น ส่วนฝั่ง Wholesale คาดกำไรขั้นต้นในรูปของเงินจะอยู่ในระดับทรงตัว แต่ Margin มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากสัดส่วนการขายสินค้า Non-Food ที่ลดลง ด้าน SG&A ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทั้งสองธุรกิจ จาก ต้นทุนพลังงาน (ค่าไฟฟ้า) และค่าใช้จ่ายในการทำแคมเปญการตลาดเพื่อรักษายอดขาย
-
ยังคงประมาณการกำไร คาดช่วง 2H69 กำไรฟื้นตัว: ทางฝ่ายคงประมาณการกำไรที่ 1.02 หมื่นล้านบาท (กำไร 1H69 คิดเป็น 48% ของประมาณการทั้งปี) และปรับลดราคาพื้นฐานลงเป็น 17.60 บาท (จากเดิม 18.60 บาท) เพื่อสะท้อนการ Re-rate PE ลงตามค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมค้าปลีกที่อ่อนตัวลง โดยจากราคาปัจจุบันยังคงมี Upside อยู่ราว 16.6% มองเป็นโอกาสเข้าซื้อจากผลประกอบการที่คาดจะเริ่มฟื้นตัวเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลังจากการรุกตลาด Fresh Food, การเติบโตของ Omni-channel







