น้ำมันโลกขึ้น แต่น้ำมันไทยลง // 1,595-1,615
คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับคาดนักลงทุนยังรอติดตามรายงานการประชุม FOMC หากแต่มองทางลงจำกัดจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวลงสวนทางกับราคาพลังงานโลก
กลยุทธ์การลงทุน
-
1) เก็งงบ 2Q69: BBL, KBANK, KCE, KKP, KTB, KTC, MTC, SCB, STECON, TISCO, TTB
-
2) Domestic play: BJC, BTG, CENTEL, CK, CPALL, CPN, CRC, GLOBAL, GUNKUL, HMPRO, MOSHI, MRDIYT, SAWAD, THANI, TIDLOR
-
3) พลังงาน: BCP, PTT, PTTEP, PTTGC, SPRC, TOP
-
4) Valuation play: AP, ROJNA, SC, SIRI, SPALI
หมายเหตุ: Valuation play คัดเลือกโดยใช้ CoreSight ซึ่งเป็นเครื่องมือด้านปริมาณของ PhillipResearch โดยพิจารณาจากหุ้นที่มีทั้ง Total score และ Sub score ด้าน Valuation รวมถึงคะแนนย่อยด้าน PE และ PBV มากกว่า 60
-
สหรัฐฯ-อิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง: คาดแรงกดดันมาจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ ซึ่งปิดที่ $72.36 ต่อบาร์เรล ปรับตัวขึ้นจากราคาเปิดสัปดาห์นี้ที่ $68.55 ต่อบาร์เรล โดยภาพข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯแถลงว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพื่อตอบโต้อย่างรุนแรงต่อเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้า หลังอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงเรือขน LNG ของกาตาร์ ขณะที่สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่งใกล้กับช่องแคบ และรมช.ต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าอิหร่านจะทำการตอบโต้ นอกจากนี้ สหรัฐฯยังได้ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นสัญญาณความเปราะบางของข้อตกลงสันติภาพระหว่าง 2 ประเทศข้างต้น
-
รอติดตามรายงานการประชุม FOMC เดือนมิ.ย.69: คาดนักลงทุนมีแนวโน้มเปิดรับสถานะเสี่ยงอย่างจำกัด รวมถึงอาจมีการลดสถานะเสี่ยงลงก่อนที่จะมีการเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของเฟดในวันพรุ่งนี้ (ตามเวลาไทย) เพื่อหา สัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เนื่องจากการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของคุณเควิน วอร์ช ในฐานะปร.เฟดคนใหม่
-
เคาะลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ: นอกจากนี้ คาด SET Index โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่อิงกับอุปสงค์ภายในประเทศจะได้แรงหนุนจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่เคลื่อนไหวแตกต่างจากราคาน้ำมันโลก หลังการประชุมกบง.วานนี้มีการพิจารณาปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลและกลุ่มเบนซินลดลง 2.56 บาท/ลิตร และ 2.51 บาท/ลิตร ตามลำดับ (ในทางกลับกัน เรามองเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน เนื่องจากกลไกข้างต้นจะเป็นการยืดเวลาในการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันมันฯและส่งผลให้ค่าการตลาดฟื้นตัวได้ยาก) ประกอบกับยังมีอีกแรงหนุนจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ หลังที่ครม.วานนี้มีมติปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 4 แห่ง สำหรับปี 2569 จากเดิม 0.25% ต่อปี เป็น 0.0625% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและให้สามารถส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
-
(+) รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาเผยความคืบหน้า “Tomorrowland Thailand 2026” บัตรเข้าชมงานขายหมดเกลี้ยง คาดดันเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบทะลุ 2.1 หมื่นล้านบาท พลิกโฉมไทยสู่ ศูนย์ความบันเทิงระดับโลก
-
(+) วันนี้ติดตาม Monetary Policy Forum ซึ่งมีโอกาสเป็น Sentiment เชิงบวก เนื่องจากเรามองว่าธปท.มีแนวโน้มกล่าวถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยที่ไม่แย่นัก สอดรับกับการที่คาดว่า GDP ในปีนี้จะเติบโต 2.3% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ Economic house ชั้นนำอื่นๆทั้งของภาครัฐและเอกชน
-
(+) ธนาคารกลางจีนประกาศมาตรการชุดใหม่เพื่อผลักดันให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางเงินหยวนระดับโลกพร้อมเสริมสภาพคล่องให้ธนาคารพาณิชย์
-
(-) กรรมการบริหารของ ECB กล่าวว่าแม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม แต่แรงกดดันด้านราคายังไม่คลี่คลาย เนื่องจากยังเห็นเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับสูง และมีความเป็นไปได้ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
Picks of the day
GLOBAL (BUY)
-
เป้าหมาย: 7.50 / 7.70 แนวรับ: 7.00 / 7.15
-
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand
-
คาด 2Q69 กำไรเติบโต y-y
KTC (BUY)
-
เป้าหมาย: 38.25 / 39.00 แนวรับ: 35.75 / 36.50
-
ผลงานดีกว่าคู่แข่ง และได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส
-
ต้นทุนดอกเบี้ยยังลดลงได้









