ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
แกว่งลงต่อ… ติดตามรายงานประชุมเฟด และคำตัดสินกรณี พรก. กู้เงิน
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.79% รับแรงกดดันจาก i) แรงขายเปลี่ยนกลุ่มเล่น (sector rotation) ออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งกระทบหุ้นใหญ่สุดในตลาดฯ อย่าง DELTA* (-2.51%) และถ่วงดัชนีฯ ไป 7.92 จุด ii) นักลงทุนสถาบันภายในประเทศ ขายสุทธิค่อนข้างหนัก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการลดความเสี่ยงก่อนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี พรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ แกว่งตัวลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเทคฯ ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ทั้งจากการที่หุ้น SpaceX ย้ายเข้าเทรดใน NASDAQ วันแรก แต่ปิดลบแรง 6% รวมทั้งการประกาศเพิ่มทุนของผู้ผลิตรถไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง Rivian Automotive ii) สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง โดยอ้างว่าอิหร่านได้โจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ
ในช่วง 24 ชม. ข้างหน้านี้ มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม… ได้แก่ i) รายงานการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (FOMC minutes) เพื่อประเมินแนวคิดของกรรมการเฟดต่อทิศทางดอกเบี้ย และ ii) คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี พรก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 ก.ค. (อ่านมุมมองของเรา ต่อการวิเคราะห์จากทัศน์ของคำตัดสิน ในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ เช้านี้)
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร PTTEP*, NTF, ITC
PTTEP (เป้าพื้นฐาน 145 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วันมีโอกาสฟื้นตัว ประเมินแนวรับ 132 บาท / แนวต้าน 134.5 – 136 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสปิดแก๊ปราคา 140 – 142 บาท (Stop loss 129.5 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเริ่มปะทุอีกครั้ง หนุนโอกาส Rebound ของราคาน้ำมัน เราประเมินสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซล่าสุด (อิหร่านโจมตีเรือขนส่งพลังงาน / สหรัฐฯโจมตีกลับ) ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI เริ่มฟื้นตัวยืนกลับมาเหนือ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล อีกครั้ง หนุน Sentiment การ Rebound ของหุ้น PTTEP* 3) Valuation ยังมี Upside PBV 1 เท่า / Dividend yield 8% ต่อปี (มีปันผลระหว่างกาลคาด Yield +/-4% ปกติขึ้น XD ช่วงกลางเดือน ส.ค.)
NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐานหลังการพักฐาน มีโอกาสฟื้นตัว ประเมินแนวรับ 14.7 บาท / แนวต้าน 15.1 – 15.4 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-16 บาท (Stop loss 14.3 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โตเด่น YoY QoQ และ 3Q69-4Q69 โต YoY เด่นต่อ เราประเมินกำไร 2Q69 = 258 ล้านบาท (+69% YoY +700% QoQ) จากการส่งออกทุเรียนไปจีนที่โตเด่น (เพิ่มพันธมิตรเท่าตัว / Working capital เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน / ฐานลูกค้าใหม่ๆที่จีนเพิ่ม) และคาดแนวโน้มกำไร 3Q69 จะโตเด่น YoY (เข้า High season ทุเรียนภาคใต้) และ 4Q69 ลุ้นกำไรจากธุรกิจทุเรียนแช่แข็งหนุนโตเด่น YoY ต่อ 3) Valuation ถูก Forward PE 7 เท่า ขณะที่คาดกำไรโต +27% ต่อปี CAGR (2568 – 71)
ITC (เป้า Consensus 19.86 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นแกว่งตัวกรอบแคบยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ลุ้น Break แนวต้านกรอบ Sideway ประเมินแนวรับ 16.5 บาท / แนวต้าน 16.9 – 17.2 บาท กรณี Break กรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-18.0 บาท (Stop loss 16.1 บาท) 2) ประเมินต้นทุนวัตถุดิบเริ่มปรับลดลง คาดอัตรากำไรจะฟื้นตัวใน 2H69 ราคาวัตถุดิบ (เช่น ปลาทูน่า) เริ่มปรับลดลงต่อเนื่องในเดือน เม.ย.-พ.ค. และมีแนวโน้มลงต่อเนื่องในเดือน มิ.ย. ขณะที่บริษัทมีการปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้า คาดมีผลเต็มไตรมาสใน 3Q69 ทำให้คาดแนวโน้มอัตรากำไรจะฟื้นตัวใน 3Q69 – 4Q69 … Consensus คาดกำไร 2Q69 +/-750 ล้านบาท (+7.8% YoY -13.9% QoQ) 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-15 เท่า (ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 18 เท่า) และคาด Dividend yield ปีละ 5% (มีปันผลระหว่างกาล ปกติขึ้น XD ช่วงกลางเดือน ส.ค.)
หุ้นมีข่าว
(+ กลุ่มท่องเที่ยว) ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ เกลี้ยง คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล. (เดลินิวส์) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมจัดงาน ทูมอร์โรว์แลนด์ ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค.69 ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือว่าเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล โดยมีสัญญาการจัดงานต่อเนื่องถึง 5 ปี
(0 กลุ่มรับเหมาฯ) ลั่นผู้รับเหมาทิ้งงานขึ้นบัญชีดำสูงสุด 10 ปี (ไทยโพสต์) ครม.ไฟเขียวคุมเข้มผู้รับเหมา ปรับเกณฑ์ทิ้งงาน ครอบคลุมกรณีเสียหายร้ายแรงหรือเป็นอันตรายต่อประชาชน จ่อขึ้นบัญชีดำตัดสิทธิ์รับงานรัฐ 2-10 ปี ปิดช่องโหว่ผู้รับเหมาคุณภาพต่ำกลับมาประมูลงานใหม่
(+) GUNKUL ปิดดีลยักษ์ 784 MW ‘โซลาร์ลอยน้ำ’ ฟิลิปปินส์! (ข่าวหุ้น)* GUNKUL* ผงาด! คว้าเมกะโปรเจกต์ Solar Floating ฟิลิปปินส์ 784 เมกะวัตต์ ดันกำลังผลิตนิวไฮพุ่ง 2,079 เมกะวัตต์ ลุยฐานพลังงานสะอาดอาเซียน ทุ่มลงทุนเฟสแรก 7,500 ล้านบาท รับผลตอบแทน IRR สูง 14-16% พร้อมล็อกสัญญาขายไฟ 20 ปี อัตรารับซื้อ 3.53 บาทต่อหน่วย สูงกว่าไทย 67% จ่อจ่ายไฟเฟสแรก ภายในไตรมาส 4/70 ปูทางสู่การเติบโตระยะยาว
(+) TFG ลุ้นครึ่งปีหลังโตโดดเด่น รับอานิสงส์ราคาหมู-ไก่ฟื้น (ข่าวหุ้น)* TFG* ส่งซิกแนวโน้มผลงานครึ่งหลังปี 69 เติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ราคาสุกรและไก่ฟื้นตัว หนุนอัตรากำไรดีขึ้น ควบคู่การขยายตลาดส่งออก และธุรกิจค้าปลีก Thai Foods Fresh Market ผลตอบรับดี ขยายสาขาตามเป้า ขณะที่ “ทริสฯ” ปรับเพิ่มเครดิตสู่ระดับ BBB+ เสริมความเชื่อมั่น อนาคตเติบโตมั่นคง
(+) ILINK เซ็นงาน กฟภ. 1.8 พันล้าน ลุยก่อสร้างเคเบิลใต้ท้องทะเลเกาะสมุย (ข่าวหุ้น) กลุ่ม ILINK คว้างาน กฟภ. มูลค่า 1,813 ล้านบาท ก่อสร้างโครงการสายเคเบิลแรงสูง 115 เควี ไปยังเกาะสมุย เป็นวงจรที่ 4 ของเกาะ หวังรองรับการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: STECON* (Trailing stop 17.4 บาท) BGRIM* (Trailing stop 17.7 บาท) KBANK* (Trailing stop 221 บาท) KTB* (Trailing stop 38 บาท)
-
SCGP (เป้าพื้นฐาน 32 บาท)* แนวรับ 28.25 บาท / แนวต้าน 30.0 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 27.5 บาท)
-
MINT (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท)* แนวรับ 24.1 บาท / แนวต้าน 24.8 – 25.5 บาท (Trailing stop 24.1 บาท)
-
SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.28 บาท / แนวต้าน 3.44 – 3.56 บาท (Trailing stop 3.2 บาท บาท)
- CPN (เป้าพื้นฐาน 78 บาท)* แนวรับ 66.75 บาท / แนวต้าน 68.75 – 70.5 บาท (Trailing stop 66.25 บาท)
-
SAWAD (เป้าพื้นฐาน 26 บาท)* แนวรับ 24.0 บาท / แนวต้าน 24.7 – 25.0 บาท (Trailing stop 23.2 บาท)
-
BH (เป้าพื้นฐาน 210 บาท)* แนวรับ 187.25 บาท / แนวต้าน 194.5 – 197 บาท (Stop loss 187 บาท)
-
ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.45 บาท / แนวต้าน 6.6 – 6.85 บาท (Stop loss 6.3 บาท)
-
ALT (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.7 บาท / แนวต้าน 1.79 – 1.90 บาท (Stop loss 1.68 บาท)
-
WHA (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท)* แนวรับ 5.0 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท (Stop loss 5.0 บาท)
-
DITTO (เป้า Consensus 16 บาท) แนวรับ 14.6 บาท / แนวต้าน 15.8 – 16.2 บาท (Stop loss 14.2 บาท)
-
CK* (เป้าพื้นฐาน 23 บาท) แนวรับ 19.1 บาท / แนวต้าน 19.7 – 20.0 บาท (Stop loss 19.0 บาท)
-
BDMS* (เป้าพื้นฐาน 22.5 บาท) แนวรับ 19.4 บาท / แนวต้าน 20.1 – 20.7 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
-
CPALL* (เป้าพื้นฐาน 59 บาท) แนวรับ 47.25 บาท / แนวต้าน 49.0 – 50.0 บาท (Stop loss 46.5 บาท)
-
BAM* (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.8 บาท / แนวต้าน 6.95 – 7.1 บาท (Stop loss 6.65 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
-
KTC* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 40 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 2.1 พันล้านบาท (+16% YoY +1% QoQ) ฝ่ายวิจัยฯปรับลดสมมติฐานต้นทุนเงินทุน และ Credit cost ลง และปรับประมาณการฯขึ้น พร้อมทั้งปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 40 บาท (เดิม 36 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
-
GULF* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 70 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 1.15 หมื่นล้านบาท (+23% QoQ +62% YoY) โดยกำไรที่คาดโตเด่น จากทั้งผลการดำเนินงานหลัก และปันผลจาก KBANK* ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 70 บาท ประเมิน Catalyst บวกจากแผน PDP ใหม่
-
CPAXT แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 16 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 2 พันล้านบาท (-12% YoY -28% QoQ) โดยกำไรที่คาดจะลดลงเป็นผลจากอัตรากำไรที่ลดลงรวมทั้งต้นทุนรายจ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น ยังคงแนะนำเพียง “ถือ” และคงราคาเป้าหมาย 16 บาท
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








