บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่า พรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาทชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ในวันที่ 9 กรกฎาคม ในวันที่ 9 กรกฎาคม (วันพฤหัสบดีนี้) ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดจะตัดสินว่าพรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินกู้สำหรับมาตรการกระตุ้นการบริโภค 2 แสนล้านบาท และ การพัฒนาพลังงานสะอาดทั่วประเทศอีก 2 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่คำร้องของฝ่ายค้านว่าไม่มีเหตุอันควรให้ต้องกู้ยืมเงินกู้ก้อนนี้โดยการออก พรก. ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อสถานะทางการคลัง และ อันดับเครดิตของประเทศไทย
มุมมองของเราในกรณีฐาน คือกู้เพื่อมาใช้ในมาตรการกระตุ้นการบริโภคได้ แต่การกู้เพื่อพัฒนาพลังงานสะอาดอาจจะไม่ใช่กรณีเร่งด่วน
เรายังยึดตามระเบียบวิธีวิจัย นั่นคือเราจะไม่คาดเดาผลการตัดสินทางกฎหมาย แต่เราได้ทำการวิเคราะห์ฉากทัศน์ (scenario) ต่าง ๆ ดังนี้
มุมมองของเราในกรณีฐาน: ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วยว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภค และ GDP ผ่านการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทก็อาจจะเห็นชอบกับ พรก. อย่างไรก็ตาม แผนระยะยาวในการพัฒนาพลังงานสะอาดทั่วประเทศอาจจะไม่จำเป็นต้องอาศัย พรก. ฉุกเฉิน ดังนั้น อาจจะระงับการกู้เงินส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง ซึ่งในกรณีนี้ เราคาดว่าผลกระทบต่อแนวโน้ม GDP และ ดัชนี SET น่าจะน้อยมาก เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังกับโครงการพลังงานสะอาด และ โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่ภาวะตลาดจะเป็นลบกับกลุ่มที่เก็งประเด็น solar rooftop อย่างเช่น GUNKUL และ WHAUP
กรณีดีที่สุด: ถ้าศาลเห็นว่าทั้งการกระตุ้นการบริโภค และ การพัฒนาพลังงานสะอาดมีความจำเป็นเร่งด่วนทั้งคู่ ก็อาจจะเห็นชอบกับ พรก. ทั้งฉบับวงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเราคาดว่าตลาดน่าจะปรับขึ้นจากความกังวลที่คลี่คลายลงหลังจากผ่านช่วงที่เผชิญกับความไม่แน่นอนของนโยบายไปแล้ว นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์อาจจะมองบวกมากขึ้นกับแนวโน้ม GDP ปี 2570 ด้วย โดยในปัจจุบัน consensus มองว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ปี 2570 อาจจะชะลอลงจากปี 2569 เล็กน้อย
กรณีเลวร้ายที่สุด: หากศาลมองว่าทั้งการกระตุ้นการบริโภค และ โครงการพลังงานสะอาดสามารถใช้เงินทุนจากงบประมาณรัฐบาลปกติได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ ศาลอาจจะระงับ พรก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาททั้งฉบับ ซึ่ง scenario นี้จะส่งผลลบกับตลาดพอสมควรเนื่องจาก i) จะกระทบกับความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ii) อาจต้องหยุดดำเนินมาตรการกระตุ้นการบริโภคซึ่งมีขนาดประมาณ 1.50 แสนล้านบาท (ไทยช่วยไทย และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ดังนั้น หากผลออกมาตาม scenario นี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นการปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ปี 2569 ลง
ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร เราคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักต่อรัฐบาล
เนื่องจาก พรก. ผ่านความเห็นชอบของสภาไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เราจึงไม่คาดว่าคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ซึ่งยื่น พรก. ไปที่สภาจะถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ หรือ ถอดถอนออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงกดดันจากฝ่ายค้าน และ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลให้แสดงความรับผิดชอบ แต่เราคาดว่าจะไม่มีเปลี่ยนแปลงมากนักทางด้านของคณะรัฐมนตรี แม้ว่าในกรณีเลวร้ายที่สุดที่เราทำฉากทัศน์ไว้ก็ตาม







